เปิดตัวตนในอีกมุม “ไทแทน” TYTAN 1st EP “Your Call” ที่จะพาทุกคนไปสัมผัสมุมมองความรักที่แตกต่าง

0
361

“เพราะการเป็นศิลปินร้องเก่งอย่างเดียวยังไม่พอ” ประโยคนี้คงบอกได้ถึงความเป็น “ไทแทน” ศิลปินหนุ่มอนาคตไกลคนนี้ได้ดีที่สุด เพราะไม่เคยจะหยุดเรียนรู้และหยุดที่จะพัฒนาตัวเอง ไม่เคยที่จะเป็นน้ำเต็มแก้ว ด้วยความหลงใหลในดนตรีตั้งแต่เด็กฝึกฝนพัฒนาจนก้าวเข้ามาเดินบนเส้นทางสายตัวโน้ตได้สำเร็จ และวันนี้ฝันที่ไม่กล้าฝันก็เป็นจริงกับ TYTAN 1st EP “Your Call” อีพีอัลบั้มแรกที่ได้เผยถึงเรื่องราวความรักในหลายๆแง่มุมที่ทุกคนจะได้เห็นถึงพัฒนาการในก้าวแรกกับการเดบิวต์เป็นศิลปินเต็มตัวของนักร้องหนุ่มที่ชื่อ “ไทแทน” – ไทแทน ทีปประสาน

เมื่อเอ่ยถึง TYTAN 1st EP “Your Call”

สำหรับ EP นี้เป็นเฟิร์สอีพีอัลบั้มแรกในชีวิตของผมเลย มีชื่อว่า TYTAN 1st EP “Your Call โดย EP นี้จะมีทั้งหมด 4 เพลง มีเพลงใหม่ 3 เพลง คือ Wish Wish ต่อด้วย Your Call (อยู่ที่เธอ) ซึ่งเป็นไตเติลแทร็กของ EP นี้ และเพลง Angel และอีก 1 เพลงที่ผมใช้เปิดตัวในการเดบิวต์ซิงเกิลเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมาในเพลง All Night (feat. Loco) ก็จะถูกบรรจุเข้ามาอยู่ใน EP นี้ด้วย

มีส่วนร่วมในการทำเพลงใน EP นี้อย่างไรบ้าง

สำหรับเพลงใหม่ 3 เพลง ผมมีส่วนร่วมตั้งแต่แต่งทำนอง เรียบเรียงดนตรี เขียนเนื้อเพลงเอง ซึ่งผมได้ทำงานร่วมกับทีมโปรดิวเซอร์จากเกาหลีและโปรดิวเซอร์จไทย ตัวผมรู้สึกว่า การเป็นศิลปินมันไม่ได้มีแค่การทำเพลงให้เสร็จๆ ไปครับ เพราะในเพลงหนึ่งเพลงจะต้องมีการดูเรื่องวิสชวลของภาพที่อยากจะนำเสนอออกไป อย่างเพลง Your Call (อยู่ที่เธอ) ในส่วนของการทำเอ็มวี ผมก็มีเข้าไปคุยกับทางผู้กำกับถึงเรื่องภาพมูสแอนด์โทนที่ต้องการจะนำเสนอออกมาด้วยครับ เพราะสำหรับเอ็มวีของเพลงผมอยากให้มูสแอนด์โทนของเรื่องอยากให้ดูโตขึ้น ให้มีหลายๆสไตล์ อย่างเพลงแรกแอคติ้งอาจจะไม่ได้มีบทบาทกับนักแสดงอีกคนหนื่งเท่าไหร่ครับ แต่ในเพลงนี้นางเอกจะมีซีนถ่ายทอดอารมณ์ ซึ่งผมอยากให้เพลงต่อๆ ไป ได้แสดงในอีกหลายๆ ด้านของผมออกมาครับ

จุดเริ่มต้นของ EP อัลบั้มเกิดมาได้อย่างไร

ตัวผมเชื่อว่า การเป็นศิลปินต้องมีหลายๆ เพลงเพื่อให้นำเสนอในหลายๆแง่มุมให้แฟนๆ หรือว่าคนดูได้เห็นตัวตนของผมในอีกหลายๆแง่มุม อีพีนี้ก็เกิดจากการที่ผมพยายามรวบรวมมูสอารมณ์ของแต่ละเพลงให้เป็นแต่ละขั้นของความรักที่ทุกคนน่าจะเคยเจอกันมา อย่างเช่น Your Call (อยู่ที่เธอ) ก็จะเป็นช่วงเวลาที่สมมุติว่าเราตกอยู่ในสถานการณ์ที่เป็นตัวเลือกของคนๆหนึ่ง Wish Wish ก็จะเป็นสถานการณ์ที่เราแอบรักแอบอธิฐาษให้คนที่เรารักคิดแบบเดียวกันกับเรา ส่วน Angel ก็จะมาในอารมณ์แบบเหมือนเราดีไม่พอ แอบรักแล้วเราก็ไม่กล้าบอกเขาเพราะว่าเรารู้สึกว่าเราดีไม่พอครับ

สไตล์เพลงแต่ละเพลงในอีพีอัลบั้มนี้เป็นอย่างไร

ในแต่ละเพลงก็จะมีสไตล์เพลงที่แตกต่างกันครับ อย่างเพลงYour Call (อยู่ที่เธอ) ที่เป็นไตเติลแทร็กก็จะเป็นแนวป๊อปร็อค เพลงWish Wish จะเป็นแนวอาร์แอนด์บีป๊อป ส่วนเพลงAngel จะเป็นแนวเพลงบาลานซ์ป๊อป จะออกมาเป็นเพลงช้าแบบชิวๆ

ความยากหรือความท้าทายในอีพีอัลบั้มนี้

ผมว่ามีทั้งเรื่องเนื้อหาของเพลงแล้วก็เรื่องอารมณ์ในเพลงแต่ละเพลงด้วยที่ผมพยายามทำให้ 4 เพลงในอีพีอัลบั้มนี้มีมูสที่แตกต่างกัน จะได้เห็นการนำเสนอถึงความแตกต่างในเรื่องราวเกี่ยวกับความรักที่ไม่เหมือนกัน และวิธีถ่ายทอดอารมณ์การร้องก็จะไม่เหมือนกัน อย่างเพลง Your Call (อยู่ที่เธอ) จะร้องแบบอะเกรสซิฟหน่อย สื่อความหมายตรงๆ อย่างเพลง Angel ก็จะเป็นการร้องแบบซึ้งๆ เศร้าๆ เหงาๆ หน่อย นอกจากนี้ก็จะเป็นเรื่องการเรียบเรียงดนตรี การถ่ายทอดเนื้อหา เรื่องดีไซน์ร้องอะไรอย่างนี้ ที่เป็นความท้าทายสำหรับอีพีอัลบั้มนี้ครับ

นอกจากแนวเพลงที่เคยได้ทำมาแล้ว ยังมีแนวเพลงไหนอีกที่เราอยากทำ

จริงๆ ผมเป็นคนที่ชอบ อาร์แอนด์บี ฮิปฮอป มากครับ แต่รู้สึกว่าใน อาร์แอนด์บี ฮิปฮอป ก็มีหลายๆ สไตล์ที่แยกย่อยลงไปในนั้นอีกมีทั้งแทรป มีทั้งแบบอะเกรสซิฟฮิปฮอปไปเลย อย่างที่ผมบอก ผมอยากนำเสนอในหลายๆแง่มุมซึ่งในอนาคตก็อยากจะมีแนวเพลงใหม่ๆ เข้ามาจอยอยู่ในอาร์แอนด์บี ฮิปฮอปสไตล์เพลงที่ผมชอบด้วย

ความรู้สึกของการได้เป็นศิลปิน

เอาจริงๆ ผมรู้สึกว่า ณ วันนี้การที่ผมได้เป็นศิลปินเต็มตัวแล้ว แต่เหมือนมุมมองความคิดเรื่องการทำเพลง เรื่องการพัฒนาตัวเอง ผมยังเหมือนเดิมตั้งแต่ก่อนเดบิวต์เลยครับ เพราะผมรู้สึกว่า อาชีพนี้เป็นอาชีพที่ผมสามารถพัฒนาตัวเองไปได้เรื่อยๆ เวลาผมขึ้นโชว์ในแต่ละครั้ง พอโชว์จบผมจะกลับมานั่งดูแล้วก็จะวิเคราะห์ว่า ผมมีจุดไหนที่ยังต้องแก้ไขอีกบ้าง คือ เหมือนยังไม่มีอะไรเพอร์เฟค ผมยังสามารถปรับปรุงพัฒนาตัวเองไปได้อีกเรื่อยๆ ครับ

เราได้เรียนรู้อะไรกับการเป็นศิลปินตรงนี้บ้าง

ตั้งแต่ตอนที่ผมได้เดบิวต์ ก็ได้มีโอกาส ถ่ายแบบ ได้มีโอกาสเจอทีมงานมืออาชีพ มีโอกาสได้ขึ้นแสดงคอนเสิร์ตเวทีใหญ่ที่ฝันมาตั้งแต่เด็กครับ รู้สึกว่าแต่ละประสบการณ์ที่ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วม ผมรู้สึกว่า ผมจะได้พัฒนาตัวเอง อย่างที่บอกก็จะมีทีมที่คอยช่วยดูว่า ตัวผมจะยังสามารถพัฒนาเรื่องไหนตรงไหนต่อไปได้อีกบ้าง

เริ่มมีความคิดที่จะมุ่งมาทางสายดนตรีตั้งแต่ตอนไหน

ต้องบอกก่อนว่าจริงๆ ผมอยู่กับดนตรีมาตั้งแต่เด็ก ตัวผมเองมีความชอบนะครับ แต่เหมือนยังไม่รู้ตัวว่ามากกว่า ตอนเด็กผมฝันอยากเป็นศิลปิน แต่เท่าที่จำความได้ คือ ผมเล่นเปียโนมาตั้งแต่ 3 ขวบ เรียนไวโอลีน พอโตขึ้นมาก็เหมือนฝึกเล่นกีต้าร์ ตีกลอง คือโตมากับดนตรีครับ บวกกับชอบฟังเพลง ชอบร้องเพลง และเต้นมาตั้งแต่เด็กด้วยครับ เลยรู้สึกว่า เหมือนตัวผมถูกปลูกฝังมาตั้งแต่เด็ก พออายุประมาณ 11 ขวบ พอผมเริ่มเข้าใจเรื่องคอร์ทเพลง และแทนที่ผมจะเล่นเพลงที่คุณครูสอน ผมก็เอาคอร์ทที่เรียนมาทำเป็นเพลงของผมเอง จากนั้นก็พัฒนาไปทีละขั้น จากแค่ทำเพลงทำเฉยๆ ก็ไปศึกษาวิธีอัดเพลง เข้าโปรแกรม จนพอผมทำเพลงมาถึงระยะหนึ่งแล้วผมรู้สึกว่า โอเค ผมอยากปล่อยเพลงเป็นของตัวเองแล้ว ตอนนั้นก็น่าจะเป็นจุดที่เหมือนว่าเราอยากจะเป็นศิลปินจริงๆ แล้ว ตอนที่จะปล่อยเพลงเองอายุประมาณ 19 – 20 ปีครับ

อะไรเป็นตัวจุดประกายความฝันของเราในด้านดนตรี

ตัวจุดประกายความฝัน ผมคิดว่ามันไม่สามารถเลือกอะไรเพียงอย่างเดียวได้ครับ มีหลายๆ อย่างรวมกัน อย่างที่ผมบอกคือ การชอบฟังเพลง การที่เล่นดนตรีมาตั้งแต่เด็ก และบวกกับดูศิลปินหลายๆ ท่าน และตอนเด็กผมเป็นคนชอบเต้น เพอร์ฟอร์มครับ ประกวดร้องเพลงตั้งแต่เด็ก เคยเป็นแดนเซอร์ขึ้นเวที ผมว่าการที่เราสนุกกับการขึ้นเวทีก็มีผลเยอะครับ

มีศิลปินท่านไหนที่เป็นคนจุดประกายในความเป็นศิลปินของเรามั้ยคะ

จริงๆ ผมเป็นคนชื่นชอบศิลปินหลายๆ ท่าน ผมไม่สามารถเลือกมาได้เพียงคนเดียวว่าคนนี้คือคนที่ทำให้เราอยากเป็นศิลปิน แต่ถ้าเรื่องการร้องบวกกับความหมายเพลง ผมคิดว่าตอนเด็กจะเป็น พี่ปั๊บ โปเตโต้ ครับ ที่ชอบมากๆ ที่อินกับเพลงของพี่เขามากๆ แล้วก็ทำให้ผมฝึกร้องเพลงเยอะขึ้นด้วยครับ เพราะเพลงของวงโปเตโต้เลยครับ

กว่าจะเป็นไทแทนอย่างทุกวันนี้ เราต้องเรียนรู้สะสมประสบการณ์อะไรมาบ้าง

จริงๆ ทุกวันนี้ก็รู้สึกว่ายังต้องเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตลอดครับ ช่วงที่ไปฝึกที่เกาหลีคือ พอเราได้ไปอยู่เอ็นไวรอนเม้นท์ที่แตกต่างจากที่เคยอยู่ ไปอยู่ต่างประเทศก็รู้สึกว่าช่วงนั้น ผมจะต้องพยายามเก็บเกี่ยวให้ได้มากที่สุดครับ ในเมื่อเราได้มีโอกาสได้ไปอยู่ในประเทศที่ไม่ได้คุ้นเคยบวกกับการเจอทีมงานมืออาชีพที่เกาหลีด้วยครับ ก็พยายามเก็บเกี่ยวตอนนั้นจนมาถึงวันที่ได้เดบิวต์จนทำงานมาเรื่อยๆ ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกว่า ยังมีอะไรให้เก็บเกี่ยวไปได้อีกเรื่อยๆ ครับ

ช่วยเล่าช่วงที่ไปเทรนอยู่ที่เกาหลีให้ฟังหน่อยว่า ต้องฝึกอะไรบ้างในแต่ละวัน

ที่เกาหลีรูทีนจะค่อนข้างฟิค มีเรียนร้องเพลง เรียนเต้น มีสตูดิโอสเตชั่น คือทำเพลงกับโปรดิวเซอร์ที่เกาหลี และมีเข้ายิมออกกำลังกายบ้างครับ แล้วก็เวลานอกเหนือจากการเรียนก็จะต้องซ้อมครับ จะมีการบ้านที่จะต้องส่ง จะมีการประเมิน เหมือนคล้ายๆ จะมาสอบ สมมุติใน 1- 2 อาทิตย์ วันศุกร์จะมาดูว่าที่เรียนมาเราพัฒนาไปถึงไหนแล้ว ระยะเวลาที่เทรน์จริงๆ ช่วงนั้นเป็นช่วงโควิด-19 พอดีตอนแรกเดินทางก็มีการกักตัว แต่ว่าเวลาทั้งหมดที่อยู่เกาหลีน่าจะประมาณ 6 เดือนได้ครับ

พูดถึงความรู้สึกถึงตอนที่เราได้เดบิวต์ และมีเพลงเป็นของตัวเองเพลงแรกในตอนนั้นให้ฟังหน่อย

ตอนที่ได้เดบิวต์รู้สึกดีใจมาก เหมือนความฝันที่ผมฝันมาตั้งแต่เด็กเป็นจริง ได้มีเดบิวต์เดย์ ได้มีเพลงเป็นของตัวเอง ได้Ft.กับศิลปินที่ชอบมากๆ และไม่คิดว่าจะได้มีโอกาสได้ร่วมงานกัน ทุกวันนี้ก็ยังรู้สึกดีใจอยู่เลยครับ

จากวันนั้นมาจนถึงวันนี้กี่ปีแล้วกับผลงานซิงเกิ้ลล่าสุดที่ได้ทำออกมา

ก็เกือบปีหนึ่งเลยนะครับ ตั้งแต่เดบิวต์ซิงเกิ้ลแรกจนมาถึงอีพีอัลบั้ม ซึ่งปกติผมเป็นคนที่ทำเพลงอยู่เรื่อยๆ อยู่แล้ว อย่างอีพีนี้ก็จะเก็บบางเพลงที่เคยทำไว้แล้วเอามาพัฒนาต่อ มีการปรึกษากับทีมทั้งทีมไทยและทีมเกาหลี ใช้เวลาเกือบๆ ปีเลยครับ

จะเห็นไทแทนได้ขึ้นเวทีคอนเสิร์ตร่วมกับศิลปินเกาหลีมาหลายเวทีอยู่เหมือนกัน ตรงนี้เรารู้สึกอย่างไร

ผมรู้สึกเป็นเกียรติมากครับ เพราะผมก็พึ่งเดบิวต์มาประมาณเกือบๆปีหนึ่งได้ แต่มีโอกาสได้ขึ้นโชว์หลายเวทีที่ฝันมาตั้งแต่เด็ก ได้ร่วมงานกับศิลปินระดับโลกระดับเอเชียก็รู้สึกดีใจมากๆ เป็นเกียรติมากๆ ที่ได้มีโอกาสได้ไปร่วมโชว์กับศิลปินเก่งๆครับ ผมก็พยายามเก็บเกี่ยวประสบการณ์พอโชว์เสร็จก็มานั่งดูนั่งวิเคราะห์ว่าเราจะนำมาพัฒนายังไงต่อได้บ้างในโชว์ต่อไปครับ

หนึ่งในความฝันของเราที่อยากจะร่วมทำงานด้วย หรือขึ้นคอนเสิร์ตด้วยคือศิลปินท่านไหน

เลือกยากมากเลย ผมจะเลือกไม่ได้เพราะผมชอบหลายคนมาก ตอนนี้ถ้าให้เลือกผมชอบฟังศิลปินฝั่งอเมริกาครับ ก็ชอบ โพสต์ มาโลน ครับ เพราะรู้สึกว่าชอบเพลงของเขามากๆ ชอบโชว์ของเขามากๆ เป็นความฝันถ้าได้ร่วมงานกับเขาคงรู้สึกดีใจมากๆ แบบไม่เคยคิดว่าจะเป็นไปได้

วางอนาคตต่อจากนี้กับเส้นทางสายนี้ไว้อย่างไร

แน่นอนผมยังอยากทำเพลงปล่อยเพลงออกมาเรื่อยๆ ยังมีอีกหลายแง่มุมอีกหลายแนวเพลงยังมีศิลปินอีกหลายท่านที่อยากร่วมงานด้วย บวกกับอยากพัฒนาสกิลตัวเองไปเรื่อยๆ ครับ ยังรู้สึกว่ายังอยากพัฒนาเรื่องร้อง เรื่องเต้น เรื่องเอนเตอร์เทนบนเวทีไปเรื่อยๆ ด้วย ณ ตอนนี้ผมยังโฟกัสในเรื่องของการทำเพลงอยู่ แต่ถ้าโอกาสมาก็คงต้องปรึกษากับทางทีมที่ค่ายครับ ว่าเวลาเหมาะหรือยังที่เราจะทำงานอย่างอื่น

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.