อัมรินทร์ ศรีสุภรวาณิชย์ ประธาน IMNEG รุ่น 1

0
107

หนุ่มจากครอบครัวเชื้อสายจีน ทำธุรกิจสิ่งทอและผ้าผืน หจก. กิมง่วงจั่น และหจก. สุรัตนพัฒการทอ ตั้งแต่สมัยคุณปู่ ซึ่งบุกเบิกทำกับตั้งแต่ย้ายเข้ามาตั้งรกรากในประเทศไทย ก่อนส่งต่อให้รุ่นคุณพ่อเป็นรุ่นที่สอง ส่วนคุณอัมรินทร์ ศรีสุภรวาณิชย์ ทายาทรุ่นที่สามผู้มารับไม้ต่อ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งนายกสมาคมอุตสาหกรรมทอผ้าไทย วาระ 2565 – 2567 และประธานสหพันธ์อุตสาหกรรมสิ่งทอแห่งประเทศไทย วาระ 2565 – 2567

คุณอัมรินทร์จบการศึกษาปริญญาตรี คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และไปศึกษาต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกา ช่วงเวลาที่ผมเติบโตนั้น ผมได้มีโอกาสสัมผัสการทำงานของอากง ในสมัยที่ท่านเป็นผู้บริหารรุ่นแรก ร่วมกับคุณพ่อที่ได้เข้าไปช่วยงาน และหลังจากเรียนจบไม่นาน จากวันเวลาที่ได้มองท่านเหล่านั้น ผมจึงได้ตัดสินใจว่าธุรกิจสิ่งทอที่ผู้ใหญ่สร้างสรรค์ไว้นั้นจะเป็นอนาคตที่ผมจะสืบสานต่อไป”

“ถ้าเราเป็นคนไม่แข็งแรง ต่อให้มีความรู้ มีความคิดที่ดี เราก็ทำอะไรไม่ได้

หรือถ้าขาดคุณธรรม เราก็อาจจะเป็นผู้ที่สร้างปัญหาให้กับผู้อื่นได้”

เขายกตัวอย่างคำสอนของคุณปู่ที่ตนยังสามารถจดจำได้ถึงทุกวันนี้ว่า สิ่งสำคัญอันดับแรกของคนเราเลยคือเรื่องของสุขภาพ อันดับสองคือเราต้องเป็นคนที่มีศีลธรรมที่ดี มีคุณธรรม อันดับสามคือมีความรู้ความสามารถ

“คุณปู่เคยอธิบายให้ฟังว่า ถ้าเราเป็นคนไม่แข็งแรง ต่อให้มีความรู้ มีความคิดที่ดี เราก็ทำอะไรไม่ได้ หรือถ้าขาดคุณธรรม เราก็อาจจะเป็นผู้ที่สร้างปัญหาให้กับผู้อื่นได้”

ในตอนท้ายคุณอัมรินทร์ได้กล่าวถึงการได้เข้าร่วมหลักสูตร IMNEG “สิ่งที่ผมชื่นชมผู้จัดหลักสูตร อันดับแรกเลยคือวิทยากรทุกท่านที่เชิญมาล้วนมีความสามารถและมี topic ที่น่าสนใจทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าผมเองจะทำธุรกิจมาแล้ว 10 กว่าปี ก็ยังรู้สึกว่ามีเรื่องใหม่ๆ ที่ชวนให้คิดได้อีก รวมถึงทำให้เข้าใจการทำงานในระบบธุรกิจครอบครัวได้ดีขึ้น มันมีความท้าทาย ผมมองว่ามันเป็นประโยชน์นะครับ เพราะว่าหลายๆ ธุรกิจยังไปได้ แต่บางครั้งมันไปไม่ได้เพราะระบบครอบครัว ผมเชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจทุกธุรกิจมีโอกาสที่จะ survive เยอะขึ้น แล้วก็มีโอกาสที่จะ success สูงขึ้น”

“รวมถึง New Generation ซึ่งคนเหล่านี้จริงๆ ถือว่า เขาเป็น top tier ของประเทศไทย ทุกคนที่เข้ามาเรียนด้วยกันล้วนเป็นแนวหน้า และถ้าแนวหน้าเหล่านี้สามารถจัดการปัญหาต่างๆ ที่มี และสามารถรับช่วงไม้ต่อของธุรกิจได้ อันนี้คือถือว่าเป็นความโชคดีของประเทศไทยเลยครับ”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.