ORIENT STAR (โอเรียนท์สตาร์) จารึกหน้าประวัติศาสตร์ครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบ 75 ปีแห่งการก่อตั้ง ตอกย้ำจุดยืนในฐานะผู้นำด้านวิศวกรรมเรือนเวลาชั้นสูงสัญชาติญี่ปุ่นตั้งแต่ปี 1951 พร้อมการประกาศเปิดตัว ‘The World’s First Concept Boutique’ เอ็กซ์คลูซีฟคอนเซ็ปต์บูติคแห่งแรกของโลกอย่างเป็นทางการ เพื่อสะท้อนความสำคัญสูงสุดของตลาดนักสะสมในประเทศไทย พร้อมร่วมดื่มด่ำสุนทรียภาพภายใต้การตกแต่งตามแนวคิด ‘Time & Space’ บนพื้นที่กว่า 78 ตารางเมตร ที่ผสานงานช่างฝีมือญี่ปุ่นดั้งเดิมเข้ากับความร่วมสมัยอย่างไร้รอยต่อ ทั้งสวนหินเซน งานไม้ยาคิซูกิ (Yakisugi) หินบลูไดมอนด์ และระแนงไม้ลายคูมิโกะ (Kumiko) ที่แฝงความหมายของวงโคจรแห่งจักรวาล






พร้อมการจัดแสดงนาฬิการุ่นพิเศษ Land of Smile ที่ผลิตขึ้นในแบบจำนวนจำกัดเพียง 275 เรือนทั่วโลกโดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากรอยยิ้มสยาม และจะวางจำหน่ายที่ประเทศไทยเป็นแห่งแรก นอกจากนี้ยังมีนาฬิกาที่ผลิตในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจาก M Collection ที่พัฒนาขึ้นเพื่อฉลองการครบรอบ 75 ปีโดยเฉพาะมาจัดแสดง อันได้แก่ M34 F8 Skeleton Hand Winding, M45 F7 Small Second, M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition และ M34 F8 Date โดยภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เป็นประธานในพิธีเปิดงาน พร้อมนักแสดงชื่อดัง มีน-พีรวิชญ์ อรรถชิตสถาพร ที่มาร่วมเฉลิมฉลองและดื่มด่ำไปกับสุนทรียภาพ
แห่งกาลเวลาและห้วงจักรวาล ณ ORIENT STAR Boutique ชั้น 2 เกษรวิลเลจ






ความสำเร็จเบื้องหลังการเปิดตัวบูติคระดับโลกครั้งนี้ เกิดจากการผนึกกำลังครั้งสำคัญระหว่าง EPSON Corporation ผู้บริหารงานแบรนด์นาฬิกา ORIENT STAR จากประเทศญี่ปุ่น และ UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading) ตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งสั่งสมความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมนาฬิกามาอย่างยาวนานกว่า 5 ทศวรรษ โดยวาระพิเศษนี้ประเทศไทยได้รับเลือกให้เป็นหมุดหมายแรกในการเปิดตัว บูติคสแตนด์อโลนเต็มรูปแบบแห่งแรกของโลก เนื่องจากประเทศไทยเป็นหนึ่งในตลาดนาฬิกาพรีเมียม ที่มีอัตราการเติบโตแข็งแกร่งที่สุด
ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพียบพร้อมด้วยฐานลูกค้า นักสะสม และผู้หลงใหลในศิลปะแห่งวิศวกรรมเรือนเวลา ผนวกกับศักยภาพทางภูมิศาสตร์ที่กรุงเทพมหานคร เป็นจุดหมายปลายทางด้านไลฟ์สไตล์ และช้อปปิ้งระดับลักชัวรีที่มีความสามารถในการต้อนรับนักเดินทางจากทั่วโลกหลายสิบล้านคนต่อปี จึงถือเป็นเวทีสมบูรณ์แบบที่สุดในการเปิดหน้าประวัติศาสตร์บทใหม่ของแบรนด์สู่ตลาดโลก ซึ่งการเปิดบูติคแห่งนี้ไม่เพียงตอกย้ำวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองพันธมิตร ในการผลักดัน ORIENT STAR ให้ก้าวสู่ตลาดนาฬิกาลักชัวรี่ในระดับสากลอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ยังเป็นการสร้างต้นแบบของเอ็กซ์คลูซีฟบูติคของนาฬิกา ORIENT STAR ที่จะขยายรากฐานสู่ตลาดสำคัญแห่งอื่นๆ ทั่วโลกในอนาคตอันใกล้






มร. มาซาชิ ฮายาชิ (Mr. Masashi Hayashi) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร EPSON Corporation กล่าวว่า “จากความเชื่อมั่นในการทำตลาดแบรนด์นาฬิการะดับสูง ORIENT STAR จึงมีแนวคิดในการนำเสนอเรื่องราวของเรือนเวลาระดับสูงนี้ให้เกิดขึ้นในบูติคเฉพาะของแบรนด์ ที่จะทำให้สามารถเล่าเรื่องราวต่างๆ ของแบรนด์ได้อย่างมีศักยภาพยิ่งขึ้น โดยมีเรื่องราวของดวงดาวเป็นหลักการสำคัญ ในขณะเดียวกันการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทาง UKT ตัวแทนจำหน่ายนาฬิกา ORIENT STAR อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เพื่อร่วมกันตีความ ออกแบบ และเล่าเรื่องราวของ ORIENT STAR มาเป็นภาพอันงดงามที่ผู้มาเยือนทุกคนจะได้สัมผัสและประทับใจ”
ยุทธพล ตันติวงษากิจ ประธานร่วม UKT (UNITED KRUNGTHONG Trading) กล่าวเสริมว่า “ด้วยความมุ่งมั่นของ ORIENT STAR กับการทำตลาดนาฬิกาในประเทศไทย ซึ่งตรงกับแนวคิดของ UKT ที่ต้องการจะพัฒนาและต่อยอด ให้เกิดความแข็งแกร่งของแบรนด์นาฬิกา ORIENT STAR มากยิ่งขึ้น จึงเกิดเป็นร่วมมือกันกับทาง EPSON Corporation ประเทศญี่ปุ่น ในการร่วมกันพัฒนาบูติคนาฬิกา ORIENT STAR แห่งนี้ เพื่อเป็นต้นแบบในการพัฒนาบูติคนาฬิกา ORIENT STAR ต่อไปทั่วโลก โดย UKT มีความภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติในครั้งนี้”
ORIENT STAR Boutique ณ เกษรวิลเลจ ได้รับการออกแบบเพื่อให้เปิดประสบการณ์ ในการนำผู้มาเยือนทุกคนก้าวเข้าสู่จักรวาลแห่งเวลา ภายใต้การนำทีมโดย รังสรรค์ นราธัศจรรย์ สถาปนิกที่ทำงานร่วมกับทีมออกแบบอย่างใกล้ชิด เพื่อผสานสุนทรียะแห่งโลกตะวันออกเข้ากับความร่วมสมัย เริ่มต้นจากผนังด้านนอกที่โดดเด่นด้วยหินสังเคราะห์บลูไดมอนด์ ที่ทอประกายดุจหมู่ดาวเพื่อต้อนรับการเข้าสู่โลกแห่งเวลาภายใน โดยจัดบรรยากาศแสงตามปรัชญา Wabi-Sabi ที่ควบคุมระดับแสงอย่างพิถีพิถันเพื่อสร้างความสงบ และเชื้อเชิญให้สายตาจดจ่อกับเรือนเวลาบนแท่นจัดแสดง
ผนังภายในกรุด้วยไม้ซีดาร์ที่ผ่านกระบวนการเผาไฟ ด้วยเทคนิค Yakisugi ตามธรรมเนียมช่างญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ไม่เพียงเพิ่มความทนทานให้กับไม้ แต่ยังก่อให้เกิดพื้นผิวสีดำลึกที่มีความงามเฉพาะตัว ส่วนบนเพดานคืองานระแนงไม้ลวดลาย Kumigo ที่ซ่อนงานระบบอย่างมีชั้นเชิง พร้อมสื่อสารถึงวงโคจรของดวงดาว ในห้วงอวกาศอันเป็นแรงบันดาลใจหลักของแบรนด์ ขณะที่ผนังฝั่งตรงข้ามบุด้วยไม้โอ๊คสีธรรมชาติ จัดเรียงริ้วไม้ในรูปแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากจีบผ้า Hakama ของนักรบซามูไรอันทรงคุณค่าในวัฒนธรรมญี่ปุ่น ส่วนลึกเข้าไปคือประตูกระจกโค้งสูง 2.8 เมตรที่หล่อขึ้นเป็นพิเศษ เพื่อคั่นพื้นที่ห้อง VIP สำหรับลูกค้าคนสำคัญในการมอบความเป็นส่วนตัว ในขณะที่ยังมีส่วนพื้นที่รับรองทั่วไปพร้อมจัดวางโต๊ะไม้ยาวหันหน้าสู่ Zen Garden เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้มาเยือนได้เดินออกไปสัมผัส กับสวนหินสไตล์ Zen ได้โดยตรง นอกจากนี้ยังมีการเติมเต็มมิติทางเสียงด้วยบทเพลง เพื่อสื่อถึงการเปลี่ยนผ่านจากความมืดสู่ความสว่าง สอดคล้องกับแก่นแท้ของนาฬิกา ORIENT STAR ที่มองการเคลื่อนที่ของเวลาเป็นหัวใจสำคัญในทุกการออกแบบ
และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองวาระแห่งประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ ทาง ORIENT STAR จึงนำเสนอไฮไลท์สำคัญของงานกับ ORIENT STAR Modern Skeleton, Land of Smile, Thailand Limited Edition นาฬิการุ่นประวัติศาสตร์ที่ผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 275 เรือนทั่วโลก จากแรงบันดาลใจที่มาจากรอยยิ้มแห่งสยาม รวมทั้งเอกลักษณ์ความเป็นไทยโดยจะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่ประเทศไทยก่อนเป็นครั้งแรก นอกจากนั้นยังมีการนำเสนอเรือนเวลา เพื่อการฉลองครบรอบ 75 ปีของแบรนด์ พร้อมการเผยโฉมเรือนเวลา ที่นำเสนอในแบบลิมิเต็ดเอดิชั่นจากM Collection ที่พัฒนาขึ้นเพื่อสดุดีวาระครบรอบ 75 ปีโดยเฉพาะ ได้แก่ นาฬิการุ่น M34 F8 Skeleton Hand Winding, M45 F7 Small Second, M42 F6 Diver Date 200m, 1964 1st Edition และ M34 F8 Date เพื่อเชิดชูสุนทรียภาพแห่งดวงดาว และประกาศเกียรติภูมิของแบรนด์บนเวทีระดับสากลอย่างแท้จริง



