ปวีณา จริยฐิติพงศ์  “Passion ใจกว้าง เสียสละ”

0
72

คุณนา ปวีณา จริยฐิติพงศ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT โดยเป็นผู้หญิงคนแรกและผู้บริหารที่อายุน้อยที่สุดที่ได้ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดขององค์กร แต่นั่นไม่ได้ทำให้เธอรู้สึกต่าง เพราะสามารถผลักดัน ประสานงาน และสนับสนุนงานให้มีประสิทธิภาพ ตามเป้าประสงค์ขององค์กร ด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาองค์กร ซึ่งด้วยวิสัยทัศน์การทำงานที่ใจกว้าง เสียสละ และรักที่จะแบ่งปัน ทำให้เธอได้การยอมรับจากพนักงานในองค์กรและพันธมิตรเป็นอย่างดี

     “งานหลักๆ ดิฉันจะดูแลเรื่องสนามบิน สายงานธุรกิจ การเงิน กฎหมาย อำนวยการ และอื่นๆ รวมทั้งการเป็นกรรมการ เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์ เป้าหมาย ดูความเสี่ยงต่างๆ ภายใต้การบริหารงานของดิฉัน ปัจจุบันเรากำลังปรับโครงสร้างองค์กร และแนวทางการทำงานที่เปลี่ยนไปจากเดิม เพราะเราต้องการความรวดเร็ว กฎหมายที่ใช้กำกับก็เปลี่ยนไป AOT ทำงาน 24X7 ยุทธศาสตร์ วันนี้เราต้องปรับให้ทันกับการแข่งขันกับท่าอากาศยานในประเทศอื่นๆ ความท้าทายคือเรามีคู่แข่งเก่งๆ และเติบโตเร็ว ฉะนั้นเราต้องไม่หยุดพัฒนาตัวเองเพื่อให้ทันและทัดเทียมกับคู่แข่ง สนามบินเราใช้งานมานานมาก ดอนเมืองเราใช้มา 112 ปี สุวรรณภูมิก็ใช้มา 20 ปี ที่อื่นๆ ก็ใช้มานาน แน่นอนว่าเรามีแผนปรับปรุงและพัฒนาสนามบิน โดยสามารถเปิดให้บริการไปพร้อมๆ กัน โดยบริษัทสามารถทำกำไรได้อย่างยั่งยืน ในขณะที่ผู้ถือหุ้นเราก็ต้องพอใจกับ ผลการดำเนินงานด้วยเช่นกัน”

     สำหรับนโยบายเชิงยุทธศาสตร์ AOT มีแนวคิด “เชื่อมไทย-เชื่อมโลก” ที่จะปรับปรุงการให้บริการท่าอากาศยานทั้ง 6 แห่งให้เป็นเลิศ นำเทคโนโลยีสมัยใหม่ๆ เข้ามาอำนวยความสะดวก เพื่อให้ผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด โดยมีแผนพัฒนา 3 ระยะ คือ จัดวาง Roadmap การลงทุน แบ่งเป็นระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว เพื่อปรับปรุงตัวอาคารและโครงสร้างพื้นฐานให้เหมาะสมกับสัดส่วนผู้โดยสารในอนาคต ทั้งท่าอากาศยานภูเก็ต เชียงใหม่ หาดใหญ่ และแม่ฟ้าหลวงเชียงราย ขยายรายได้ด้วยการพัฒนาธุรกิจที่ไม่เกี่ยวกับกิจการการบิน เพื่อความแข็งแกร่งทางการเงิน

     ส่วนแนวคิดการบริหารจัดการองค์กร เปลี่ยนกรอบความคิดเดิมจากวิธีคิดที่เคยชินมานานกว่า 30 ปี ปรับเปลี่ยนไปสู่ความทันสมัย กระชับ และมีประสิทธิภาพ ปรับโครงสร้างองค์กรให้มีความคล่องตัวสูง ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และเน้นความโปร่งใสในการดำเนินงาน เพื่อการบริหารที่มีประสิทธิภาพอย่างยั่งยืน เน้นหลักการบริหารทรัพยากรบุคคล เน้นวัฒนธรรมเชิงบวก พนักงานสามารถกล้าคิด กล้าพูด และกล้าแก้ไข โดยเปิดโอกาสให้ยอมรับข้อผิดพลาดเพื่อนำมาปรับปรุงระบบร่วมกัน มากกว่าการมุ่งเน้นสืบหาความผิดเพื่อลงโทษ  ให้ความสำคัญกับความร่วมมือระหว่างพนักงานที่มีความแตกต่างของช่วงอายุให้ทำงานร่วมกันได้อย่างลงตัว และขับเคลื่อนองค์กรด้วยการนำนวัตกรรมใหม่ๆ และเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ อย่างเช่น AI และระบบปฏิบัติการอื่นๆ เพื่อให้ทุกคนได้เรียนรู้และปรับตัวไปพร้อมกัน “การทำงานที่ผ่านมา ไม่เคยรู้สึกว่าการเป็นผู้หญิงจะมีความแตกต่างต้องยอมรับว่าสังคมไทย สุภาพบุรุษให้เกียรติสุภาพสตรีในการทำงานมาก ทำให้ดิฉันสามารถทำงาน ประสานงาน กำหนดวิสัยทัศน์ และผลักดันงานต่างๆ ให้ดำเนินรวดเร็ว เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการเป็น CEO คือการกำหนดแนวทางความร่วมมือและทิศทางให้ชัดเจน การเป็นผู้หญิงทำให้เราทำงานง่ายขึ้น ส่วนตัวก็เป็นคนที่ Flexible เชื่อว่าการทำงานไม่ว่าจะหน่วยงานอื่น หรือคนในองค์กรก็สามารถดำเนินได้อย่างราบรื่น”

“การได้นั่งตำแหน่ง CEO ของ AOT ถือเป็นความภูมิใจมาก และคนที่ภาคภูมิใจที่สุดน่าจะเป็นคุณพ่อ (หัวเราะ) กับการเป็น The Best CEO มองจากมุมตัวเองคิดว่าต้องเป็นคนใจกว้าง มี Passion และมีความเสียสละ ซึ่ง 3 สิ่งนี้จะเชื่อมโยงกัน เป็นผู้บริหารเมื่อมีความรู้ต้องถ่ายทอด เห็นอะไรดีต้องส่งต่อ เห็นใครลำบากต้องช่วยเหลือ เมื่อเรามีครบ 3 สิ่งนี้ ก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากทีมการทำงาน ทุกที่ต้องมีคำว่า Teamwork ไม่มีใครทำงานคนเดียวได้ การที่เราจริงใจก็จะได้รับผลตอบแทนคือมิตรภาพ เราช่วยเขา เขาช่วยเรา ไม่ว่าจะเป็นคนในองค์กร นอกองค์กร จากการทำงานที่มีศักยภาพ มีจริยธรรม ก็จะพัฒนาไปสู่ การสร้าง Community และความร่วมมือร่วมใจ เท่านี้เราก็จะสามารถเติบโต พัฒนาและมีการเติบโตอย่างมั่นคง และยั่งยืน”

การเป็น The Best CEO ต้องเป็นคนมี Passion ใจกว้างและมีความเสียสละ

เป็นผู้บริหารมีความรู้ ต้องถ่ายทอดเห็นอะไรดีต้องส่งต่อ เห็นใครลำบากต้องช่วยเหลือ

เมื่อเรามีครบ 3 สิ่งนี้ ก็จะได้รับความเชื่อมั่นจากทีม”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.