คุณชนวัฒน์ เอื้อวัฒนะสกุล ในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ของตระกูลจิราธิวัฒน์ ได้ขึ้นมาดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เซ็นทรัลพัฒนาจำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยดูแลศูนย์การค้าในเครือเซ็นทรัลพัฒนา โดยเฉพาะโครงการเมกะมิกซ์ยูสแห่งใหม่อย่าง The Central พหลโยธิน ที่ผ่านมาเขาได้เข้ามาสานต่อและขับเคลื่อนองค์กรด้วยกลยุทธ์ A Future-Led Ecosystem เพื่อสร้างย่านและเมืองแห่งอนาคตทั่วประเทศ เน้นเชื่อมโยงการค้าปลีกเข้ากับที่อยู่อาศัยและออฟฟิศในอีก 5 ปีข้างหน้า
“เซ็นทรัลพัฒนามีนโยบายมุ่งสร้างความเจริญให้กับประเทศ ด้วยการพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็น Centre of Life ทั้งพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับ Mega Scale Urban Transformation Projects ภายใต้แนวคิด เมืองคุณภาพ ชีวิตที่ดี ด้วยวิสัยทัศน์ A Future-Led Ecosystem เราได้ประกาศ LandmarkMasterplans เพื่อยกระดับการพัฒนาเมือง ขับเคลื่อนประเทศให้ก้าวสู่ระดับโลก โดยเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ โดยได้พัฒนาเมืองตาม Strategic Ring ครอบคลุมทุกมุมเมือง สร้างศูนย์กลางการใช้ชีวิตและโครงข่ายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงกันอย่างแข็งแกร่ง ตั้งแต่ย่าน Super Core CBD (Central Business District) ที่มีทั้ง Central World Central Embassy และ Central Park ราชประสงค์-สีลม-พระราม 4 และก้าวสู่พระราม 1 ก่อนจะขยายไปย่านพระราม 9 และลาดพร้าว-พหลโยธิน รวมถึงการพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยการสร้างเมืองในอนาคตที่ดีที่สุดและใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยพัฒนามา”

“Mega-Scale Urban Transformation Projects” จะพลิกโฉมกรุงเทพฯ ตอนเหนือ ด้วยแนวคิด The Future Vision of Urban Living กับโครงการใหม่ย่านรังสิต บนพื้นที่ 750 ไร่ ซึ่งพัฒนารูปแบบสู่เมืองน่าอยู่ตามหลัก Global Livable Cities ไม่ว่าจะเป็นเมืองที่มีพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่ และมีพื้นที่สาธารณะที่ส่งเสริม Well-Being & Longevity Multi-Generational Living มี Infrastructure ที่ดี มีการออกแบบที่เป็น Universal Design และ Sustainable Living มีระบบการจัดการเมืองที่ดี เมืองที่ผู้คน สามารถเดินได้จริง ลดการใช้พาหนะ และลดมลพิษ เมืองที่เปิดกว้างสำหรับทุกคน โดยมี Super Regional Mall เป็นหัวใจสำคัญที่สร้างอาชีพรองรับผู้คนจำนวนมาก และเรายังมีโครงการมิกซ์ยูส Central GR9 ที่จะยกระดับศักยภาพย่านพระราม 9 สู่ Well Established CBD แห่งอนาคต ซึ่งประกอบด้วยศูนย์การค้าเซ็นทรัล พระราม 9 และอาคารออฟฟิศ 3 ตึก ได้แก่ G Tower R House (ตึก Unilever House เดิม) และ The Ninth Tower โดยจะเริ่มเรโนเวตเซ็นทรัล พระราม 9 และขยายพื้นที่รีเทล และจะทยอยเปิดให้บริการในช่วงต้นปี 2571”
นอกจากนี้ ด้วยวิสัยทัศน์ของเรามองว่า “อนาคตของคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่ได้หยุดอยู่แค่กรุงเทพฯ” บริษัทได้พัฒนาโครงการมิกซ์ยูส แห่งที่ 2 ในจังหวัดขอนแก่น Central Khonkaen Campus บนพื้นที่ 30 ไร่ ประกอบด้วยศูนย์การค้าคอนโด PHYLL สูง 33 ชั้น และ GO! Hotel แห่งแรกของภาคอีสานรวมทั้งการทรานส์ฟอร์มครั้งใหญ่ในรอบกว่า 30 ปี พลิกโฉม Central Chiang mai Airport สู่ Mixed-Use Lifestyle Destination ของเชียงใหม่ และเซ็นทรัล ภูเก็ตที่จะพัฒนาให้เป็นหนึ่งใน The World’s Luxury Destination ที่ขับเคลื่อนภูเก็ตสู่เมืองชายทะเลระดับโลกที่ผู้คนต้องการ มาใช้ชีวิตที่ผสาน Luxury Lifestyle Hospitality Residential และ Cultural Experiences เข้าด้วยกัน”
“ผมเชื่อมั่นว่าธุรกิจศูนย์การค้าเป็นหนึ่งใน Driving Force ให้เศรษฐกิจไทยเพราะเป็นธุรกิจเข้าถึงคนได้เป็นจำนวนมาก การปรับเปลี่ยนรูปแบบของศูนย์การค้าไปสู่มิกซ์ยูส เพื่อให้เกิดคอมมิวนิตีและช่วยให้มีผู้คนสนใจมาใช้บริการมากยิ่งขึ้น ดังนั้นในระยะเวลาที่ผ่านมาเราจะเห็นว่าภาพรวมกลุ่มธุรกิจศูนย์การค้าก็มีการขยายตัวต่อเนื่อง ผมเองเชื่อมั่นว่าโครงการของ Central Pattana จะประสบความสำเร็จ และสามารถต่อยอดสร้างเมืองให้ศูนย์การค้าแต่ละที่กลายเป็นแลนด์มาร์กที่สำคัญได้อย่างแน่นอน”

“CENTRAL PATTANA มุ่งสร้างความเจริญให้กับประเทศ โดยพัฒนาศูนย์การค้าให้เป็นCentre of Life เพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลง และพัฒนาโครงการมิกซ์ยูสระดับ Mega Scale เพื่อสร้างเมืองคุณภาพ ชีวิตที่ดีสู่ระดับสากล”



