คอนเสิร์ตการกุศล “KAMALA LIVE IN CONCERT” 15-17 พ.ย. 2561 เพื่อหารายได้มอบให้ “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย”

0
1258

     สุโกศล เอ็นเตอร์เทนเมนท์ สภากาชาดไทย และ สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ร่วมกับ บริษัท บัตรกรุงศรีอยุธยา จำกัด , ธนาคารไทยพาณิชย์ , ธนาคารกรุงเทพ , ไทยน้ำทิพย์ , ทรูวิชั่นส์ , อีซี่ เอฟ.เอ็ม.105.5 , นิตยสาร Hello! และ เครื่องสำอางคัฟเวอร์มาร์ค ภูมิใจเสนอ “KAMALA LIVE IN CONCERT” คอนเสิร์ตการกุศล เพื่อหารายได้มอบให้ “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย” ซึ่งให้การดูแลเด็กไทยผู้ด้อยโอกาส ระหว่าง 15-17 พฤศจิกายน 2561 ณ ห้องกมลทิพย์บอลรูม โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ โดยจัดการแสดงรอบกาล่าดินเนอร์ 1 รอบ และรอบทั่วไป 2 รอบ

กมลา สุโกศล ‘The Entertainer’ ผู้สร้างความบันเทิง และน้ำเสียงที่ทรงพลัง กำลังจะกลับมาสร้างความประทับใจอีกครั้ง กับคอนเสิร์ตการกุศลสุดยิ่งใหญ่ประจำปีสไตล์บรอดเวย์ ที่หาดูได้ยากในเมืองไทย พร้อมด้วยสมาชิกครอบครัวสุโกศล มาริสา สุโกศล หนุนภักดี ‘The Vocalist’ , สุกี้ ‘The Musician’ และ น้อย (กฤษดา) ‘The Dancer’ พร้อมด้วย ฟินนาเกน ลูกชายของน้อย ที่จะมาร่วมกันนำเสนอความบันเทิงผ่านบทเพลงและการแสดงต่างๆ ที่ได้รับการคัดสรรและหาชมได้ยากมามอบให้แก่ผู้ชม

ในปีนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินไปกับบทเพลงอันไพเราะ ไม่ว่าจะเป็นแนวสนุกสนาน เช่น เพลง I Will Survive หรือผลงานเพลง Live & Learn สไตล์ Bossa Nova และเป็นครั้งแรกที่น้อย วงพรู จะเปิดคอนเสิร์ตด้วยเพลง The Greatest Show จากภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Showman นอกจากนี้เขาจะแสดงคู่กับฟินเนเกน ลูกชายวัย 11 ปีในเพลง A Million Dreams รวมถึงการแสดงเพลงในอัลบั้มล่าสุดของเขา

คอนเสิร์ตครั้งนี้ มาริสาจะถ่ายทอดบทเพลงอันสุดซึ้ง (You Make Me Feel Like) A Natural Woman เพื่อรำลึกถึงราชินีเพลง Soul อารีธา แฟรงคลิน (Aretha Franklin) นอกจากนี้ ธานี พูนสุวรรณ และนักร้องประสานเสียงคุณภาพพร้อมที่จะสร้างความบันเทิงให้แก่ท่านเหมือนเช่นเคย จะมีเพลงเด่น Come Alive จากภาพยนตร์เรื่อง The Greatest Showman และเพลงจากภาพยนตร์เรื่อง The Black Panther รวมถึงเพลงของ Abba จากภาพยนตร์เรื่อง Mamma Mia ท่านจะได้ชมความงดงามของนาฏลีลาประกอบบทเพลงต่างๆ โดยนักเต้นจากโรงเรียนอารีย์นาฏยศิลป์ และดนตรีบรรเลงโดย วงบิ๊กแบนด์ออร์เคสตร้าชั้นเยี่ยมของไทย ภายใต้การควบคุมของ ปิติ เกยูรพันธ์

ท่านจะเพลิดเพลินกับการแสดงที่เปี่ยมล้นไปด้วยความบันเทิงและในขณะเดียวกันท่านยังมั่นใจได้ว่าเงินที่ท่านได้ซื้อบัตรชมคอนเสิร์ตจะทำการกุศลได้เต็มที่ เพราะรายได้จากการจำหน่ายบัตรชมคอนเสิร์ตของท่านทั้งหมดเต็มจำนวนโดยไม่ได้หักค่าใช้จ่ายจะส่งมอบให้ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ สภากาชาดไทย เพื่อช่วยทำให้เด็กไทยที่มีความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ ผู้ด้อยโอกาสได้มีคุณภาพชีวิตในสังคมดีขึ้น

วันที่ 15 และ 17 พฤศจิกายน เวลา 20.00 น. บัตรราคา 3,500 / 3,000 / 2,500 / 2,000 /1,500 วันที่ 16 พฤศจิกายน รอบกาล่าดินเนอร์ บัตรราคา 50,000 และ 45,000 บาท สำหรับหนึ่งโต๊ะ (10 ท่าน)

จำหน่ายบัตรที่ โรงแรม เดอะ สุโกศล ติดต่อสำรองที่นั่งได้ที่ โทร 0 2247-0123 ต่อ 1928 คุณสุวรรณี และ https://www.ticketmelon.com/

 

ประวัติคุณกมลา สุโกศล

คุณกมลา สุโกศล

คุณกมลา สุโกศล คือผู้นำในการขับร้องเพลงแจ๊สของประเทศไทย เมื่อใดก็ตามที่มีการขับร้องเพลงแจ๊สแบบดั้งเดิมหรือเล่นเพลงสวิงคุณกมลาจัดได้ว่าเป็นนักขับร้องเพลงที่ดีที่สุดของประเทศไทย ไม่มีนักร้องคนใดที่จะมีน้ำหนักเสียง จังหวะ และเป็นแบบฉบับที่จะมาเปรียบเทียบได้ในขณะนี้ คุณกมลามักจะถูกขนานนามจากเหล่าบรรดานักร้องไทยว่าเป็น “ราชินีแห่งเพลงแจ๊ส” เนื่องจากได้รับการชื่นชมอย่างกว้างขวาง และแบบฉบับในการขับร้องของเธอมักจะถูกเลียนแบบจากหลายๆ คน แม้ว่าคุณกมลาจะไม่ใช่นักร้องโดยอาชีพ ด้วยเหตุที่ว่าในประเทศไทย การเป็นนักแสดงไม่ใช่อาชีพที่ได้รับการนับถือยกย่องเท่าที่ควร แต่เธอได้ทำการบันทึกเสียงเพลงของเธอไว้มากกว่า 20 อัลบั้ม โดยชุดแรกได้เริ่มเปิดตัวเมื่อ 28 ปีที่แล้ว ในปี 2519 โดยผ่านการแสดงดนตรีคอนเสิร์ตการกุศล ซึ่งจัดขึ้นเป็นประจำทุกปีที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ

บ่อยครั้งที่คุณกมลามักจะถูกนำไปเปรียบเทียบกับเชอร์เล่ย์ บาสซี (Shirley Bassy) เนื่องจากความสามารถในการบีบเสียงของเธอ และกับบาร์บาร่า สไตรย์แซนด์ เพราะกำลังเสียงและความสามารถรอบตัวอื่น ๆ แต่คุณกมลาชอบที่จะให้เปรียบเทียบกับลีน่า ฮอร์น มากกว่า ผู้ซึ่งเป็นนักขับร้องเพลงแจ๊ส ผู้มีชื่อเสียงผิวดำและปรารถนาที่จะถูกเรียกว่า “เป็นเพลงที่มีแบบฉบับเฉพาะตัว” มากกว่านักร้องเพลงโดยทั่วไป เนื่องจากการขับร้องเพลงตามแบบเฉพาะของเธอเอง รวมถึงการแสดงถ่ายทอดเพลงแต่ละเพลงออกมาอย่างมีสีสันผู้ชมที่หลงใหลในเสียงเพลงของคุณกมลามักจะเห็นด้วยที่ว่าเธอสามารถเป็น “นักแสดงผู้ให้ความสุขกับผู้ชม” ได้ดีพอๆ กับ “การเป็นนักร้อง” คุณกมลามีพรสวรรค์ที่น่าทึ่งสามารถทำให้ผู้ชมรู้สึกสบายราวกับอยู่ที่บ้าน ด้วยการเล่นมุขสนุกกับผู้ชมที่ไม่ได้เตรียมมาก่อนล่วงหน้า การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตของเธอเกิดขึ้นเพื่อจุดประสงค์เดียว คือ ให้ความสุข สนุกสนานกับผู้ชม คุณกมลาได้บันทึกอัดเสียงขับร้องเพลงถึง 8 ภาษา และในปี 2546 ได้บันทึกเสียงครั้งแรกเป็นเพลงไทย ท่านรู้สึกยินดีที่ได้ขับร้องบันทึกเพลงไทยที่มีเนื้อหาสาระที่ชื่อ “Live and Learn” ซึ่งจะสื่อไปยังผู้ฟังทั้งหลายทุกเพศทุกวัยให้มีกำลังใจที่จะดำเนินชีวิตต่อไปโดยอยู่ในโลกแห่งความเป็นจริง ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในอัลบั้มเพลงชุด “Million Ways to Love – Part I” โดยนักประพันธ์เพลงมีชื่อชาวไทย บอย โกสิยพงษ์ ท่านจึงภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่ผลงานบันทึกเพลงพิเศษจากอัลบั้มที่ได้ออกไปแล้ว กลับกลายเป็นเพลงยอดนิยมอันดับหนึ่งของประเทศไทย และชนะรางวัลสีสันอวอร์ดในฐานะ “เพลงยอดเยี่ยมของปี 2546/2547 ด้วยเหตุผลดังกล่าว ท่านจึงถูกขอให้แสดงผลงานเพลง “Live and Learn” ณ ศูนย์อิมแพ็ค อารีน่า ด้วยความตื่นเต้นและดีใจ ผู้ฟังซึ่งหลายวัยหลายรุ่นชาวไทยประมาณ 15,000 คน ต่างลุกขึ้นยืน และปรบมือต้อนรับดังสนั่นไปทั่วเพื่อแสดงความยินดีเมื่อท่านเดินขึ้นสู่เวที และขับร้องเพลงร่วมกับท่าน ผู้ชมต่างทราบดีว่า การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตของเธอต้องเปี่ยมด้วยคุณภาพสูง นักขับร้องเพลงรับเชิญล้วนแต่มีความสามารถสูงและสถานที่แห่งเดียวที่จะได้ยินเสียงเพลงแจ๊สวงบิ๊กแบนด์ของเธอ คือ การแสดงดนตรีคอนเสิร์ตเพื่อการกุศลที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีของคุณกมลาที่โรงแรม เดอะ สุโกศล กรุงเทพ

 

ประวัติคุณมาริสา สุโกศล หนุนภักดี

มาริสา สุโกศล หนุนภักดี

คุณมาริสา เริ่มขับร้องเพลงเมื่อยังเยาว์ โดยร่วมแสดงกับคุณแม่ของเธอ คือ คุณกมลา ซึ่งจะเล่นเปียโนเมื่อแสดงด้วยกัน นับจากนั้นมาคุณกมลาและคุณมาริสาได้กลายเป็นนักร้องคู่ แสดงร่วมกันในการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อสาธารณชนมากกว่า 20 ครั้ง ที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียในกรุงนิวยอร์ก เธอแสดงเดี่ยวในค๊อฟฟี่เฮ้าส์ คาบาเร่ต์ และร่วมแสดงกับวงดนตรีโฟล์คที่นั่น ระหว่างที่เป็นนักศึกษาอยู่ในสหรัฐอเมริกา เมื่อกลับมาที่เมืองไทยแม้จะชอบการร้องเพลงมากเพียงใด แต่คุณมาริสาจำต้องตัดสินใจเลือกทำอาชีพสายธุรกิจของครอบครัวของเธอแทนในประเทศไทยในปี 2532 แม้ว่าการแข่งขันที่เธออาจจะต้องเผชิญในประเทศสหรัฐอเมริกาจะน่าหวาดกลัวเพียงไร แต่เธอคิดว่ายังสามารถเติมหัวใจให้เต็มได้มากกว่า หากสามารถเข้าไปสัมผัสได้ถึงหัวใจของกลุ่มผู้ชมต่างๆไม่ว่าจะเป็นเพียงกลุ่มเล็กหรือที่ไหนก็ตาม ไม่ว่าจะในกรุงเทพฯ หรือในนิวยอร์ก

ในกรุงเทพฯ คุณมาริสาเคยขับร้องเพลงที่แบมบูบาร์ของโรงแรมโอเรียนเต็ลในปี 2529 ด้วยอายุเพียงแค่ 20 ปี นับตั้งแต่เมื่อเธอกลับมาสู่ประเทศไทยในปี 2527 คุณมาริสาได้รับเชิญให้ขับร้องเพลงในงานแสดงต่างๆ หลายครั้ง และคุณมาริสาได้ขับร้องเพลงถวายสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถหลายครั้งเช่นกัน ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เธอได้บันทึกเสียงการขับร้องเพลงของเธอหลายเพลง โดยถ่ายทอดผ่านสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ ก่อนที่จะไปสู่ผลงานของเธอที่พากย์เสียงพูดและเสียงขับร้อง เป็นตัวละครสโนว์ไวท์ของดีสนีย์ในการ์ตูนเรื่อง “สโนว์ไวท์และคนแคระทั้งเจ็ด” ในปี 2535 คุณมาริสาได้ถูกคัดเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทยในงาน “Asean Dance Festival” ที่กรุงมะนิลา โดยเธอได้ขับร้องเพลงร่วมและแสดงการเต้นระบำ ซึ่งออกแบบท่าเต้นโดยนาฏยศิลปิน คุณสุธีศักดิ์ ภักดีเทวา ต่อมาในปี 2537 เธอทำงานร่วมกับนักประพันธ์เพลง….จิระพันธ์ อังศวานนท์ ในเพลงประพันธ์ “Never Say Goodbye” บทเพลงที่คุณมาริสาได้แสดงที่งานมหกรรมเพลงเอเชีย (Asia Song Festival) ที่บาหลี ได้ชนะรางวัล Minoroh Endoh ปลายปี 2546 เธอได้ร้องเพลง “สักวันหนึ่ง” จากการประพันธ์เพลงของ บอย โกสิยพงษ์ ซึ่งเป็นเพลงประกอบละครดังของ ช่อง 3 เรื่อง “ใยเสน่หา” จนกลายเป็นเพลงยอดนิยมในขณะนั้น เธอได้ร่วมขับร้องเพลงในคอนเสิร์ต 3 สาว “Bangkok Radio Show : Women in Love” กับ เจนนิเฟอร์ คิ้ม และ เสาวนิตย์ นวพันธ์ ที่หอประชุมใหญ่ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (ท่าพระจันทร์)…เดือนกรกฎาคม 2548 คุณมาริสาได้ร่วมร้องเพลงในคอนเสิร์ต Settrade Musical Moment ในตอน “A Live on Broadway” ของ Settrade.com ร่วมกับวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล และนอกจากนี้ เธอยังได้ร่วมแสดงในคอนเสิร์ต Forever Young Forever Harmony Chapter 1 : The Best From Broadway ณ หอประชุมใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในปี 2549 คุณมาริสาได้ร่วมในคอนเสิร์ต The Rhythm & Boyd Alumni ที่สนามกีฬาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นอกจากนี้ยังได้รับเชิญไปแสดงในงานของบัตรเครดิตวีซ่าธนาคารกรุงศรีอยุธยาแพลทตินั่ม ในคอนเสิร์ต The World in Your hands ที่เกษรพลาซ่า และคอนเสิร์ต “คีตราชัน…แสงแห่งอัจฉริยภาพ” ที่สยามพารากอน ในปี 2550 เธอร่วมแสดงคอนเสิร์ต “อะคูสติค กิ๊ก ของฮัคกี้ ไอเคิลมานน์กับผองเพื่อน” (HUCKY & FRIENDS “Acoustic GIG”) อาทิ หนุ่มทีโบน ภูสมิง หน่อสวรรค์ ขุนอินท์ โก้ มิสเตอร์ แซคแมน ป้อม ออโต้บาห์น สุรสีห์ อิทธิกุล ที่หอประชุมใหญ่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และในปี 2552 คุณมาริสาได้รับเกียรติเป็นผู้ร้องเพลงประจำอาเซียน คือเพลง “ASEAN Anthem (The Asean Way)” ซึ่งประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพในการจัดประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้หรืออาเซียน 2552 ครั้งที่ 14 หรืออาเซียนซัมมิท จากนั้นร่วมงานแสดงคอนเสิร์ต “ชะตาฟ้า” รำลึกพระนิพนธ์ 100 ปี พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจักรพันธ์เพ็ญศิริ ณ หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ปี 2558 เธอได้ร้องเพลง “เธอรักฉันจริงรึเปล่า” ประกอบละครดังทางช่อง 3 อย่าง ลมซ่อนรัก ปัจจุบันเธอดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานกรรมการบริหารของกลุ่มโรงแรมสุโกศล นอกจากจะเป็นภริยาสุดที่รัก และผู้ช่วยประจำคลินิก “แปซิฟิค เดนทัล แคร์ ” ข้างกายของสามี ทันตแพทย์สุรชาติ หนุนภักดีแล้ว ยังเป็นคุณแม่ของลูกชายที่น่ารักสองคน คือ น้องแม็ทธิว และน้องไมเคิล

 

ประวัติคุณกฤษดา สุโกศล แคลปป์

กฤษดา สุโกศล แคลปป์

กฤษดา สุโกศล แคลปป์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “น้อย วงพรู” บุตรชายคนเล็กของคุณแม่ กมลา สุโกศล เขาเป็นที่รู้จักทั้งในฐานะนักร้องนำ “วงพรู” วงดนตรียอดนิยม และในฐานะนักแสดงหนุ่มที่ได้รับบทบาทเด่นจากภาพยนตร์ดังๆ ที่น่าจับตามองอีกคนหนึ่งในวงการบันเทิงทั้งในประเทศและต่างประเทศ

คุณน้อยคว้ารางวัล “สุพรรณหงส์” “รางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง” และรางวัลผลงานบันเทิงยอดเยี่ยม ประจำปี (Star Entertainment Awards 2006)” ประเภทนักแสดงนำฝ่ายชายยอดเยี่ยม เมื่อต้นปี 2550 จากภาพยนตร์เรื่อง “13 เกมสยอง” ในปี 2551 คุณน้อยได้มีบทบาทการแสดงในภาพยนตร์อีก 2 เรื่อง คือ จากภาพยนตร์ไทยเรื่อง A Moment in June และ ภาพยนตร์ฝรั่งเศสเรื่อง Return To The Bronze Forest ในปี 2552 คุณน้อยมีผลงานในภาพยนตร์เรื่อง “ความสุขของกะทิ” ซึ่งเข้าถึงบทบาทเป็นอย่างมาก ในปี 2553 คุณน้อยมีผลงานเรื่อง “หลวงพี่เท่ง 3” ที่แสดงฝีมือได้ไม่แพ้ภาคก่อนๆ และในปี 2559 คุณน้อยได้รับผลงานภาพยนตร์ที่มีบทบาทแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงถึง 2 เรื่องด้วยกัน ผลงานชิ้นแรกคือ “ลูกทุ่งซิกเนเจอร์” ส่วนผลงานที่กำลังเป็นที่กล่าวถึงเป็นอย่างมากกับการกลับมาพลิกบทบาทเป็นมหาโจรสุดเหี้ยมโหด อย่าง “อัลฮาวียะลู” ในภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์ “ขุนพันธ์” พร้อมคว้ารางวัล “สุพรรณหงส์” รางวัลนักแสดงชายสมทบยอดเยี่ยมอีกด้วย และล่าสุดกับอัลบั้มใหม่ ที่ห่างหายไปถึง 12 ปี เต็ม กับเพลง ”แด่ศาลที่เคารพ” คุณน้อยยังต้องช่วยดูแลโรงแรม “เดอะ สยาม” โรงแรมสไตล์บูติคแห่งใหม่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งเป็นธุรกิจของครอบครัว “สุโกศล” คุณน้อยแต่งงานกับคุณเมลานี สาวลูกครึ่งชาวอังกฤษ-ฮ่องกง และมีพยานรัก 2 คน คือ “น้องฟิน” และ “น้องโรซี่” เขาเป็นคนหนุ่มสมัยใหม่ ผู้รักและหลงใหลในวัตถุโบราณ เขาเป็นนักสะสมของเก่าอันล้ำค่าที่หาตัวจับยากอีกคนหนึ่งเลยทีเดียว

 

ประวัติคุณกมล สุโกศล แคลปป์ (สุกี้)

กมล สุโกศล แคลปป์ (สุกี้)

กมล สุโกศล แคลปป์ (สุกี้) เกิดเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2512 เป็นนักดนตรีชาวไทย นักกีตาร์วงพรู และเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งเบเกอรี่มิวสิค และเลิฟอีส กมล สุโกศล แคลปป์ เป็น บุตรคนที่สามของ กมลา สุโกศล กับ Mr. Terrence H. Clapp ชื่อ “กมล” ตั้งตามชื่อของคุณตา คือ กมล สุโกศล นักธุรกิจผู้ก่อตั้งกลุ่มธุรกิจ”กมลสุโกศล” ศึกษาระดับปริญญาตรีสาขา Liberal Art เอกปรัชญา จาก Music Technology New York University U.S.A. และเรียนเสริมด้าน sound engineer ที่ นิวยอร์ก เริ่มทำงานห้องอัดที่อเมริกา กลับมาก่อตั้งค่ายเพลง เบเกอรี่มิวสิก ร่วมกับ บอย โกสิยพงษ์ สมเกียรติ อริยะชัยพาณิชย์ และสาลินี ปันยารชุน ต่อมาเกิดวิกฤตเศรษฐกิจจะกดดันให้ต้องเปิดให้ BMG (Bertelsmann Music Group) เข้ามาร่วมทุน และต่อมาปลายปี 2547 โซนี่เข้าซื้อกิจการของ BMG ทั่วโลกรวมถึงในไทย นั่นทำให้ Bakery กลายเป็นสังกัดย่อยของโซนี่ บีเอ็มจี กมลจึงลาออกจากเบเกอรี่ มาตั้งค่ายเพลงใหม ชื่อ ‘เลิฟอีส’

ในปี 2537 ผลิตผลงานอัลบั้มชุดแรกให้กับศิลปิน“โมเดิร์นด็อก” โดยรับหน้าที่เป็น “โปรดิวเซอร์” ดูแลการผลิตทั้งหมดร่วมกับวง จนเป็นที่รู้จัก และยอมรับถึงความสามารถทางดนตรี ในปี 2538 สุกี้ได้รับรางวัล “โปรดิวเซอร์ยอดเยี่ยม” จากอัลบั้ม “โมเดิร์นด็อก” จากการประกาศรางวัล สีสันอะวอร์ด ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2538 ผู้สร้างกระแสดนตรีอัลเทอร์เนทีฟเป็นเจ้าแรกในเมืองไทย พร้อมก่อตั้ง บริษัท เบเกอรี่ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เพื่อขยายช่องทางธุรกิจพัฒนาสู่ความเป็นสากล ในปี 2540 เริ่มธุรกิจจัดจำหน่ายด้วยตนเอง ซึ่งถือเป็นการเปิดช่องทางการขายใหม่ให้กับวงการกับการก่อตั้ง บริษัท แท็กซี่ ดีสตริบิวชั่น จำกัด ในปี 2544 เป็นสมาชิกหนึ่งในวง “Pru” ตำแหน่งมือกีต้าร์ ออกอัลบั้ม “Pru” ซึ่งได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่น และออกอัลบั้มต่างๆ อาทิ Single “Romeo & Juliet” อัลบั้ม “Pru S.E.” ออก Single “รักเธอจนจบชีวิต” ในปี 2545 ออกอัลบั้ม “Pru Live Velvet” ออกอัลบั้ม “Pru Raw Velvet (VCD) ในปี 2546 ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท เบเกอรี่ มิวสิค จำกัด และมือกีต้าร์ วงพรู (Pru) เข้ารับตำแหน่ง Managing Directior บริษัท บีเอ็มจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด เป็นผู้ดำเนินการจัดงานคอนเสิร์ต 10 ปี เบเกอรี่ที่ราชมังคลากีฬาสถาน คนดู ร่วม 50,000 คน จากนั้นปี 2550 เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ท่องเที่ยว เชิงสารคดี ชื่อรายการ “ดรีมเชสเซอร์ ซิ่งล่าฝัน” ออกอากาศทางไอทีวี จำนวน 12 ตอน ต่อมาในปี 2551 สุกี้เป็นผู้ผลิตรายการโทรทัศน์ ที่ได้รับการตอบรับจากผู้ชมทางบ้านอย่างสูงสุด ภายใต้ชื่อ “ดรีมเชสเซอร์ 2” ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสี ช่อง 3 อสมท. ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ บริษัท กมลสตูดิโอ แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด และผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนาโครงการของกลุ่มโรงแรมและบริษัทในเครือสุโกศลสุกี้กับโปรเจ็คท์ทางดนตรี หลากหลายทั้ง มังกีย์ ดิสโก บอย (Monkey Disco Boy หรือ M.D.B.) และในปี 2559 – ปัจจุบัน กับโปรเจ็ค “ยิปซี คาร์นิวัล” หรือโปรเจ็คสุดยิ่งใหญ่ที่เป็นที่กล่าวขานอย่างการจัดมวยกรง ระดับโลก MMA ยกระดับความมันส์ด้วยดนตรี“OneChampionship”

 

 

สั่งจองนิตยสาร Howe โดยไม่ต้องรอหาตามแผงสั่งได้ที่
Line : Howemagazine
Fanpage : Howemagazine
รายละเอียดการสั่ง (คลิ๊ก)

อ่านนิตยสาร Howe Magazine ออนไลน์ได้ที่

Ookbee-Logo

 

LOGO-MEB-2017

 

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.