สหรัฐฯ เล็งปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลัง ตรึงราคาน้ำมันโลก

0
142

หนังสือพิมพ์เซาธ์ไชนามอร์นิงโพสต์ (เอสซีเอ็มพี) รายงานว่า รัฐบาลจีน ยินดีพิจารณาข้อเสนอของ สหรัฐอเมริกา ที่ร้องขอให้ทั้งสองประเทศ ซึ่งเป็นผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก ร่วมกันเทขายน้ำมันดิบในคลังน้ำมันสำรองเชิงยุทธศาสตร์ออกมาพร้อมๆ กัน เพื่อดึงราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ลดต่ำลงมาอยู่ในระดับที่รับได้ ไม่ก่อให้เกิดปัญหาเงินเฟ้อพุ่งสูงเหมือนเช่นที่เป็นอยู่ในเวลานี้

เอสซีเอ็มพี อ้างแหล่งข่าวที่เป็นบุคคลที่รู้เรื่องนี้ดี ระบุว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นผู้เสนอวิธีการดังกล่าว ระหว่างการประชุมสุดยอดทางไกลเป็นครั้งแรกกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยถือเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศทั้งสอง ที่กำลังดำเนินอยู่ในเวลานี้ หลังจากที่ นายหวัง อี้ กับ นาย แอนโธนี บลิงเคน รัฐมนตรีต่างประเทศของทั้งสองประเทศ ได้หารือในเรื่องเดียวกันนี้เมื่อ 2 วันก่อน

แหล่งข่าวรายเดียวกันระบุว่า กระทรวง ที่รับผิดชอบด้านพลังงานของทั้งสองฝ่าย กำลังหารือกันถึงรายละเอียดของการดำเนินการ โดยย้ำว่า จีน เองเปิดกว้างและรับพิจารณาทำตามคำขอของสหรัฐฯ แต่ยังไม่รับปากเป็นมั่นเหมาะ เนื่องจากจำเป็นต้องพิจารณาสภาวะความต้องการน้ำมันภายในประเทศก่อน

ทั้งนี้ สหรัฐอเมริกา เป็นชาติที่มีคลังน้ำมันดิบสำรองขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีปริมาณน้ำมันดิบสูงถึง 727 ล้านบาร์เรล ในขณะที่คลังน้ำมันยุทธศาสตร์ของ จีน มีน้ำมันอยู่ราว 200 ล้านบาร์เรล หรือเท่ากับปริมาณนำเข้า 40-50 วัน นอกจากนี้ ทั้ง จีน และ สหรัฐฯ ยังเป็นชาตินำเข้ามันดิบรายใหญ่ที่สุดในโลก 2 อันดับแรกอีกด้วย

แหล่งข่าวระบุว่า ไม่ว่า จีน จะตกลงด้วยหรือไม่ก็ตาม สหรัฐฯ จะปล่อยน้ำมันดิบจากคลังยุทธศาสตร์ออกสู่ตลาดแน่นอน ตั้งแต่สัปดาห์หน้าเป็นต้นไป เพื่อลดราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้นจาก 67.5 เปอร์เซ็นต์ ขึ้นไปอยู่ที่ราว 80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในปีนี้ให้ลดต่ำลง ซึ่งราคาน้ำมันที่ปรับเพิ่มขึ้นนี้สูงสุดเป็นประวัตการณ์ในรอบ 3 ปีที่ผ่านมา

โดยเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา กลุ่มพันธมิตรผู้ผลิตน้ำมันในองค์กรผู้ส่งน้ำมันเป็นสินค้าออก (โอเปก) และผู้ผลิตรายใหญ่นอกกลุ่มที่เรียกว่า โอเปกพลัส ได้ปฏิเสธคำขอของสหรัฐฯ ที่ต้องการให้เพิ่มผลผลิตเข้าสู่ตลาดให้มากขึ้น

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่า ผู้จัดการอาวุโสของ บริษัท รอสเนฟ ยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานของรัสเซีย ได้คาดการณ์ ราคาน้ำมันดิบ ในครึ่งหลังของปี 2022 ว่า อาจพุ่งสูงถึง 120 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ด้านทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) เผยแพร่รายงาน การประเมินสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบโลกว่า ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ เฉลี่ยในปีหน้า 2022 จะอยู่ที่ 79.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงขึ้นจากปีนี้ 2021 ที่ 70.40 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทำให้ผู้ผลิตในสหรัฐฯ กลับมาผลิตเพิ่มขึ้นเพื่อกดดันให้ราคาต่ำลง ส่วนความต้องการน้ำมันนั้นไออีเอ ประเมินว่า เพิ่มขึ้นอย่างสม่ำเสมอ ในปีนี้จะเพิ่มขึ้น 5.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ส่วนปีหน้าเพิ่มขึ้นอีก 3.4 ล้านบาร์เรลต่อวัน

สั่งจองนิตยสาร Howe ฉบับที่ 103 โดยไม่ต้องรอหาตามแผงได้ที่

Line : Howemagazine
  Fanpage : Howemagazine
รายละเอียดการสั่ง (คลิ๊ก)

  อ่านนิตยสาร Howe Magazine ออนไลน์ได้ที่

Ookbee-Logo
LOGO-MEB-2017
Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.