MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการ “ICONOSTASIS: No Masters, No Icons” รวบรวม 8 ศิลปินนานาชาติและไทย ตอกย้ำคุณค่าของงานศิลปกรรมที่เกิดจากทักษะและฝีมือในยุคปัญญาประดิษฐ์

0
34

MOCA BANGKOK จัดนิทรรศการ “ICONOSTASIS: No Masters, No Icons”
 รวบรวม 8 ศิลปินนานาชาติและไทย ตอกย้ำคุณค่าของงานศิลปกรรมที่เกิดจากทักษะและฝีมือในยุคปัญญาประดิษฐ์

MOCA BANGKOK ภูมิใจนำเสนอ ICONOSTASIS: No Masters, No Icons นิทรรศการสำคัญที่รวบรวมศิลปินนานาชาติ 4 คน และศิลปินไทย 4 คน เพื่อนำเสนอคำถามร่วมสมัยในยุคปัญญาประดิษฐ์ว่า เมื่อภาพถูกผลิตได้แทบจะทันทีจากข้อความคำสั่ง งานศิลปกรรมที่อาศัยการฝึกฝนและการลงมือทำจริงยังมีน้ำหนักอย่างไรในสายตาสังคม จัดแสดง ชั้น G โถงเอเทรียม และห้องนิทรรศการชั่วคราว 1, 2 และ 3 ถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569

MOCA BANGKOK ตอบคำถามนี้ด้วยนิทรรศการ ICONOSTASIS ซึ่งรวบรวมศิลปินนานาชาติ 4 ท่านและศิลปินไทย 4 ท่าน เพื่อยืนยันอย่างหนักแน่นว่า ความชำนาญที่แท้จริง ไม่อาจถูกแทนที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ได้

นิทรรศการใช้ชื่อ ICONOSTASIS มาจากคำว่า Iconostasis ผนังภาพไอคอนในโบสถ์คริสต์ตะวันออก ซึ่งทำหน้าที่กั้นพื้นที่ของผู้ร่วมพิธีออกจากเขตศักดิ์สิทธิ์ เช่นเดียวกับผนังศักดิ์สิทธิ์ที่ยกย่องบุคคลสำคัญทางศาสนา ICONOSTASIS จึงเลือกยกย่องศิลปินร่วมสมัยผู้ผ่านการทำงานอย่างต่อเนื่องจนเกิดความชำนาญ และมี
อัตลักษณ์ทางทัศนศิลป์ที่ชัดเจน ได้แก่ มู พัน (Mu Pan) ศิลปินไต้หวัน-อเมริกัน อเลสซานโดร
ซิโอลเดอร์ (Alessandro Sicioldr) จากอิตาลี สเตฟาน บลองเกต์ (Stéphane Blanquet) จากฝรั่งเศส กี สลับบิงค์ (Guy Slabbinck) จากเบลเยียม รวมถึง กิตติศักดิ์ เทพเกาะ ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง อานนท์ เลิศพูลผล และ สุวัฒน์ บุญธรรม

ภายในนิทรรศการนำเสนอผลงานจิตรกรรมมากกว่า 120 ชิ้นจากคอลเลกชันส่วนตัวในประเทศไทย พร้อมผลงานใหม่ที่สร้างขึ้นเป็นพิเศษโดยศิลปินทั้ง 8 ท่าน จุดเด่นของนิทรรศการคือ ผนังอิโคโนสตาซิส (Iconostasis Wall) ที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้า เป็นผลงานร่วมของศิลปินทั้งแปด เหนือผลงานดังกล่าวจะจัดแสดงจิตรกรรมขนาดเล็กจำนวน 56 ชิ้นจากศิลปินรุ่นใหม่ของไทย ซึ่งคัดเลือกผ่านการประกวดระดับประเทศ การจัดวางแบบไล่ระดับขึ้นนี้สื่อถึงการสืบทอดความชำนาญจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะขนบที่ยังคงมีชีวิตอยู่

ศิลปะหลังยุคปัญญาประดิษฐ์

ตลอดสามปีที่ผ่านมา การสร้างภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์จากข้อความคำสั่งกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวอย่างยิ่ง เพียงพิมพ์คำไม่กี่คำ ภาพ เสียง และแนวคิดจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นได้แทบจะทันที เทคโนโลยีเรียนรู้ต่อเนื่อง ซับซ้อนขึ้นจากการใช้งานของผู้คน และค่อย ๆ แทรกตัวเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้างสรรค์ร่วมสมัย ทั้งในฐานะเครื่องมือ และทำให้เราต้องหันกลับมาทบทวนอีกครั้งว่า ความเป็นผู้สร้างสรรค์ในวันนี้หมายถึงอะไร

บางคนมองสิ่งนี้เป็นภัยคุกคาม แต่เวย์น ทร็อบ (Wayn Traub หรือ Director Jacq) ภัณฑารักษ์ของ ICONOSTASIS กลับมองเห็นโอกาส

“ในช่วงที่เทคโนโลยีภาพถ่ายถือกำเนิดขึ้น การวาดภาพเหมือนจริงย่อมถูกตั้งคำถามอย่างรุนแรง แต่ศิลปินที่แข็งแรงพอเลือกปรับตัว และศิลปะสมัยใหม่จึงเกิดขึ้น” เวย์น ทร็อบ กล่าว เขาเป็นนักประวัติศาสตร์ศิลป์ ภัณฑารักษ์ และศิลปิน ผู้พัฒนาแนวคิดนิทรรศการนี้ร่วมกับนักสะสม คุณอุเทน พัฒนานิพล “สิ่งที่ดูเหมือนวิกฤตในวันนั้นกลับกลายเป็นจุดเปลี่ยน เราเชื่อว่าปัญญาประดิษฐ์จะทำให้เกิดสิ่งเดียวกัน คือทำให้งานที่ผลิตซ้ำตามสูตรค่อย ๆ จมหายไป และทำให้ศิลปินตัวจริงต้องพัฒนาภาษาและวิธีทำงานของตนเองต่อไป”

ศิลปินใน ICONOSTASIS คือผู้ที่อยู่แถวหน้าของความเปลี่ยนผ่านนี้ พวกเขาสั่งสมความชำนาญจากการทำงานจริงมาเป็นเวลานาน จนความชำนาญนั้นค่อย ๆ กลายเป็นภาษาเฉพาะตัว ภาษาแบบที่ไม่ต้องอธิบายมาก แค่เห็นก็รู้ว่าเป็นของใคร เส้นทางนี้ไม่ได้เกิดจากทางลัด หากเกิดจากความกล้าในการยืนอยู่กับงานของตัวเอง การทบทวนตนเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า และการลองผิดลองถูกอย่างไม่ยอมแพ้ ผลงานจึงยืนยันตัวเองได้ด้วยคุณภาพ และยังคงเติบโตต่อไป

เวย์น ทร็อบ กล่าวเสริมว่า “ท่ามกลางกระแสของงานภาพสำเร็จรูปที่ไร้ตัวตน ซึ่งกำลังจะหลั่งไหลเข้ามา งานศิลปกรรมที่อาศัยฝีมือและมีเอกลักษณ์จะยิ่งมีคุณค่ามากกว่าเดิม นี่คือปรมาจารย์รุ่นใหม่ที่ทำให้คำว่า ‘ฝีมือ’ กลับมามีน้ำหนักอีกครั้ง”

เกี่ยวกับนิทรรศการ  

ICONOSTASIS เริ่มจากความคิดที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ความคิดสร้างสรรค์ที่แท้จริงมาจากความชำนาญ และความชำนาญนั้นเกิดจากการฝึกฝนที่ยาวนานบนฐานของขนบ

หัวใจของนิทรรศการคือ Iconostasis wall ผนังผลงานขนาดใหญ่ที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้า ผู้ชมจะเดินผ่านผนังนี้เพื่อเข้าสู่พื้นที่จัดแสดงด้านใน เหมือนการเดินผ่าน “ประตู” ที่พาเราเข้าไปเห็นสิ่งที่อยู่ถัดจากการเลียนแบบ ไปสู่สิ่งที่ศิลปินค่อย ๆ สร้างขึ้นเป็นของตัวเอง ขณะเดียวกัน ผลงานของนักศึกษาจำนวน 56 ชิ้นที่จัดวางอยู่ด้านบนคือภาพของความตั้งใจและความต่อเนื่อง คนรุ่นใหม่ที่กำลังฝึกมือ เดินตามรอยของแนวทางที่ส่งต่อกันมา 

นิทรรศการครั้งนี้เกิดขึ้นจากผลงานในคอลเลกชันส่วนตัวสองชุด ที่ถูกคัดสรรและสะสมต่อเนื่องมาหลายปี เวย์น ทร็อบ ในฐานะภัณฑารักษ์ติดตามและสะสมผลงานของ มู พัน อเลสซานโดร ซิโอลเดอร์ สเตฟาน บลองเกต์ และ กี สลับบิงค์ มาอย่างยาวนาน ต่อมา ผ่านคุณอุเทน พัฒนานิพล นักสะสมผู้สนใจศิลปะร่วมสมัยไทยแนวฟิกเกอร์ราทีฟ เขาได้พบศิลปินไทยรุ่นใหม่ที่มีพลังและความเข้มข้นในระดับเดียวกัน ได้แก่ กิตติศักดิ์ เทพเกาะ ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง และ อานนท์ เลิศพูลผล

“จากตรงนั้น แนวคิดของนิทรรศการจึงค่อย ๆ ชัดขึ้น” เวย์น ทร็อบ กล่าว “เราอยากให้ศิลปินนานาชาติและศิลปินไทยมาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน เพื่อให้ผู้ชมได้เห็นว่า ยังมีศิลปะที่ยืนอยู่ได้ด้วยมือมนุษย์ และด้วยความชำนาญที่ผ่านการทำงานจริง”

ศิลปินนานาชาติ
 • มู พัน (Mu Pan) ไต้หวัน-อเมริกัน
 • อเลสซานโดร ซิโอลเดอร์ (Alessandro Sicioldr) อิตาลี
 • สเตฟาน บลองเกต์ (Stéphane Blanquet) ฝรั่งเศส
 • กี สลับบิงค์ (Guy Slabbinck) เบลเยียม

ศิลปินไทย
 • กิตติศักดิ์ เทพเกาะ
 • ผดุงศักดิ์ เขียวผ่อง
 • อานนท์ เลิศพูลผล
 • สุวัฒน์ บุญธรรม

พร้อมศิลปินรุ่นใหม่ 56 คน ที่ได้รับคัดเลือกผ่านการประกวดระดับประเทศ

ไฮไลต์นิทรรศการ

ผนังอิโคโนสตาซิส (Iconostasis Wall)

หัวใจของนิทรรศการคือ ผนังอิโคโนสตาซิส (Iconostasis Wall) ที่จัดทำขึ้นใหม่บริเวณทางเข้า ติดตั้งผลงานของศิลปินทั้ง 8 ท่าน เหนือผลงานดังกล่าวจะจัดแสดงจิตรกรรมขนาดเล็กจำนวน 56 ชิ้นของศิลปินรุ่นใหม่ไทย ซึ่งคัดเลือกผ่านการประกวดระดับประเทศ การจัดวางแบบไล่ระดับขึ้นนี้สื่อถึงการส่งต่อความชำนาญจากรุ่นสู่รุ่น ในฐานะขนบที่ยังคงมีชีวิตอยู่

มู พัน (Mu Pan) ศิลปินชาวไต้หวัน-อเมริกัน

ศิลปินที่ได้รับความสนใจอย่างมากบนเวทีนานาชาติ ร่วมแสดงนิทรรศการในประเทศไทยเป็นครั้งแรกใน ICONOSTASIS ผลงานของเขาเป็นภาพเล่าเรื่องที่ละเอียดซับซ้อน วางรายละเอียดแน่น ผสานเทคนิคจิตรกรรมจีนแบบคลาสสิกเข้ากับจินตภาพร่วมสมัย การนำเสนอผลงานของมู พัน ในไทยครั้งนี้จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับนักสะสมและผู้ชมที่ติดตามศิลปะร่วมสมัยระดับนานาชาติ

โอเบลิสก์ไม้สูง 12 เมตร ของ สุวัฒน์ บุญธรรม

สุวัฒน์ บุญธรรม นำเสนอประติมากรรมไม้รูปโอเบลิสก์สูง 12 เมตร แกะสลักด้วยมือทั้งชิ้น ใช้เวลาทำงานต่อเนื่องตลอดหนึ่งปี ผลงานชิ้นนี้ชี้ให้เห็นแก่นของความชำนาญที่เกิดจากเวลา ทั้งวินัย ความอดทน และความละเอียดแม่นยำที่สั่งสมจากการทำงานจริง เมื่อยืนอยู่ต่อหน้าโอเบลิสก์ชิ้นนี้ ผู้ชมจะสัมผัสได้ทันทีว่า “ฝีมือ” ยังมีน้ำหนักเพียงใด และอดไม่ได้ที่จะถามว่า ปัญญาประดิษฐ์จะสร้างสิ่งที่เกิดจากมือและเวลาลักษณะนี้ขึ้นมาแทนได้จริงหรือไม่ 

กี สลับบิงค์ (Guy Slabbinck)

กี สลับบิงค์ ศิลปินชาวเบลเยียมที่มีการวาดภาพสดภายในพื้นที่จัดแสดงใน 3 สัปดาห์แรกของการจัดการนิทรรศการ บนผืนผ้าใบขนาด 8 x 3 เมตร ผลงานชิ้นนี้พัฒนาขึ้นจากประสบการณ์การเดินทางในประเทศไทยตลอดสองปีที่ผ่านมา ผู้ชมจะได้เห็นภาพค่อย ๆ เปลี่ยนจากร่องรอยแรกของพู่กันไปสู่ภาพขนาดใหญ่ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตรงหน้า เป็นโอกาสที่หาได้ยากในการได้เห็นกระบวนการทำงานของศิลปินอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่ต้นจนจบ

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.