“มิโด” (MIDO) แนะนำคอลเลกชันเรือนเวลาสำหรับคู่รักรับเทศกาลวันวาเลนไทน์

0
206

หากมองหาของขวัญแทนใจมอบให้กับคนรักในช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์นี้ แน่นอนว่าเรือนเวลาดีไซน์โดดเด่นมาพร้อมกับมาตรฐานการผลิตจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ก็เป็นหนึ่งตัวเลือกที่สามารถมอบเป็นของขวัญที่มีคุณค่าแทนใจของกันและกันได้เป็นอย่างดี ล่าสุด “มิโด” (MIDO) ได้แนะนำคู่เรือนเวลาดีไซน์โดดเด่น ได้แก่ คอลเลกชั่นนาฬิกาดำน้ำดีไซน์สปอร์ตทั้ง “โอเชี่ยน สตาร์ 200” (Ocean Star 200) และ “โอเชี่ยน สตาร์ 36.5” (Ocean Star 36.5) ถัดมาที่คู่คอลเลกชั่นนาฬิกาแบบเปลือยที่เผยให้เห็นถึงกลไกอันน่าทึ่งทั้ง “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก” (Multifort Skeleton Vertigo) และ “เรนฟลาวเวอร์ บลอสซั่ม” (Rainflower Blossom) ปิดท้ายที่คู่คอลเลกชั่นเรือนเวลาสุดคลาสสิกอย่าง “คอมมานเดอร์ บลู เฉด” (Commander Blue Shade) และ “คอมมานเดอร์ พิงค์ เฉด” (Commander Pink Shade) ที่เหล่าหนุ่มสาวสามารถเลือกสรรมอบเป็นของขวัญแทนใจ สวมใส่คู่กัน ช่วยเติมเต็มบรรยากาศแห่งความรัก สร้างความสุขและความประทับใจในช่วงวันวาเลนไทน์นี้ได้อย่างไม่รู้ลืม

“มิโด” (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน

สำหรับคอลเลกชั่นที่ทาง “มิโด” (MIDO) ได้เลือกจับคู่สำหรับช่วงเทศกาลวันวาเลนไทน์มีดังนี้ เริ่มที่คอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 200” (Ocean Star 200) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ โดดเด่นด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตเหมาะกับคนรักกิจกรรมดำน้ำ มาในขนาดหน้าปัด 42.5 มิลลิเมตร ด้านบริเวณขอบตัวเรือนและขอบเบเซิลผลิตจากสแตนเลสสตีลพร้อมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ มีขีดบอกเวลาเคลือบด้วยสารเรืองแสงซูเปอร์-ลูมิโนวา (Super-LumiNova®) ช่วยมองเห็นในที่มืดหรือขณะดำน้ำ พร้อมเข็มนาฬิกาแบบโปร่งตรง 2 ตำแหน่งเวลา ได้แก่ 6 และ 12 นาฬิกา ช่วยให้ง่ายต่อการอ่านเวลาเมื่ออยู่ใต้น้ำ นาฬิกาดำน้ำเรือนนี้มาพร้อมกับคุณสมบัติกันน้ำลึกได้สูงสุดที่ 20 บาร์ หรือ 200 เมตร นอกจากนี้ยังขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง จับคู่กับคอลเลกชั่น “โอเชี่ยน สตาร์ 36.5” (Ocean Star 36.5) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาด 36.5 มิลลิเมตร โอบรับกับทุกข้อมือหญิงสาวได้อย่างเหมาะสม นับเป็นครั้งแรกที่มิโดได้สร้างสรรค์เรือนเวลาดำน้ำที่ได้แรงบันดาลใจมาจากนาฬิกานักดำน้ำยุค 1960s  ในเวอร์ชั่นสำหรับผู้หญิง ที่เป็นการผสมผสานเอกลักษณ์ของนาฬิกาดำน้ำในดีไซน์สปอร์ตเข้ากับความสวยงามที่ประณีตด้วยเฉดสีแห่งความสวยงามของกรอบตัวเรือน PVD เคลือบสีโรสโกลด์ พร้อมประดับตกแต่งด้วยเพชรเพิ่มความโก้หรู ครอบทับหน้าปัดด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์สไตล์แบบ กลาสบ็อกซ์ (Glassbox) ชวนนึกถึงลูกแก้วอันน่าหลงใหลแห่งยุค 60 ตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกแบบอัตโนมัติ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และกันน้ำลึกได้ถึง 20 บาร์ หรือ 200 เมตร

ต่อมาที่คู่คอลเลกชั่น “มัลติฟอร์ต สเกเลตัน เวอร์ติโก” (Multifort Skeleton Vertigo) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ ขนาด 42 มิลลิเมตร ที่สามารถเผยตัวตนอันโดดเด่นผ่านรายละเอียดโครงสร้างและกลไกสุดประณีต โดยสามารถมองเห็นชัดบนหน้าปัด ด้วยดีไซน์สไตล์สปอร์ตแสดงให้เห็นถึงอิทธิพลทางสถาปัตยกรรมที่แข็งแกร่ง ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสะพานซิดนีย์ฮาร์เบอร์ (Sydney Harbour Bridge) ถ่ายทอดสู่แถบลายเส้นเจนีวาสีดำแอนทราไซต์สุดโดดเด่นตัดกับเข็มนาฬิกาและหมุดบอกเวลาได้อย่างงดงาม ด้านตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ด้วยคุณสมบัติทนทานเป็นพิเศษ มาพร้อมกับบาลานซ์สปริงที่ผลิตจากนิวาครอง (Nivachron™) ช่วยเพิ่มความทนทานต่อแรงกระแทกและสนามแม่เหล็ก พร้อมการสำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง และคุณสมบัติกันน้ำได้ถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร จับคู่กับคอลเลกชั่น “เรนฟลาวเวอร์ บลอสซั่ม” (Rainflower Blossom) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาดหน้าปัด 34 มิลลิเมตร ที่นับเป็นครั้งแรกสำหรับมิโด (MIDO) ที่ได้สร้างสรรค์เรือนเวลาแบบเปลือยเผยให้เห็นโครงสร้างและกลไกของตัวเรือนบนนาฬิกาสำหรับผู้หญิงโดยเฉพาะ คอลเลกชั่นนี้พร้อมนำเสนอความกล้าหาญที่มีเส้นสายอันละเอียดอ่อน ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากสถาปัตยกรรมรูปทรงดอกบัวจากพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ศิลปะ (ArtScience Museum) ประเทศสิงคโปร์ โดยกลีบดอกบัวที่สะท้อนความอ่อนช้อยของผู้หญิง ที่แม้จะอ่อนโยนแต่เด็ดเดี่ยว ถ่ายทอดสู่ลวดลายดอกไม้ฉลุลายประดับบริเวณกลางหน้าปัดในโทนสีขาวไข่มุก พร้อมเผยโชว์ตัวเครื่องคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุด ที่สามารถสำรองพลังงานได้สูงสุด 80 ชั่วโมง พร้อมความสามารถกันน้ำได้ที่ 3 บาร์ หรือ 30 เมตร

ปิดท้ายที่คู่คอลเลกชั่น “คอมมานเดอร์ บลู เฉด” (Commander Blue Shade) เรือนเวลาสำหรับสุภาพบุรุษ มาในขนาดตัวเรือน 37 มิลลิเมตร ที่มีความโดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ของตัวเรือนทรงกลมคลาสสิกมาพร้อมกับหน้าปัดเฉดสีน้ำเงินไล่สีจนเป็นสีดำสนิทบริเวณขอบ ช่วยดึงดูดทุกสายตาให้ชวนหลงใหลในความสง่างาม ด้วยสไตล์การออกแบบย้อนยุคและมีกลิ่นอายดั้งเดิม อย่างตัวเรือนแบบโมโนค็อก (Monocoque case) เชื่อมตัวเรือนกับฝาหลังเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ เข้าคู่กับสายนาฬิกาถักแบบตาข่ายให้ความรู้สึกที่หรูหรา โดยตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุดอย่างคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ให้ความแม่นยำ พร้อมการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำภายใต้แรงดันสูงสุด 5 บาร์ หรือ 50 เมตร จับคู่กับคอลเลกชั่น “คอมมานเดอร์ พิงค์ เฉด” (Commander Pink Shade) เรือนเวลาสำหรับสุภาพสตรี มาในขนาด 37 มิลลิเมมตร ตัวเรือนทรงกลมสุดคลาสสิกแบบโมโนค็อก (Monocoque case) ที่เชื่อมตัวเรือนกับฝาหลังเข้าด้วยกันแบบไร้รอยต่อ มาพร้อมกับหน้าปัดทูโทนที่ไล่เฉดสีเงินไปจนเป็นสีน้ำตาลเทาสุดโดดเด่น เข้ากับตัวเรือนและสายนาฬิกาสแตนเลสสตีลพร้อม PVD เคลือบสีโรสโกลด์ได้อย่างงดงาม ด้านตัวเรือนขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติรุ่นล่าสุดอย่างคาลิเบอร์ 80 (Caliber 80) ให้ความแม่นยำและการสำรองพลังงานสูงสุด 80 ชั่วโมง และสามารถกันน้ำภายใต้แรงดันสูงสุด 5 บาร์ หรือ 50 เมตร

นอกจากนี้ “มิโด” (MIDO) ยังได้แนะนำเคล็ดการเลือกซื้อนาฬิกามอบเป็นของขวัญแทนใจกันและกันในช่วงวาเลนไทน์นี้เริ่มจาก เลือกจากสไตล์นาฬิกาให้เข้ากับกับการแต่งตัวและบุคลิกของคนรัก เช่น หากชอบแต่งตัวแนวคลาสสิก ควรเลือกนาฬิกาสไตล์คลาสสิกตัวเรือนสแตนเลสสตีลหน้าปัดวงกลมแมทช์กับเสื้อผ้าได้ง่าย หรือหากชอบแนวสปอร์ต ควรเลือกนาฬิกาสไตล์สปอร์ต มีฟังกชั่นการทำงานที่เพิ่มมาในตัวเรือนเพื่อเพิ่มความโดดเด่น ต่อมาอาจจะเลือกจากขนาดที่รับกับข้อมือของคนรัก เพราะเรือนเวลาที่มีขนาดพอดีกับข้อมือจะช่วยเพิ่มความคล่องตัวและความมั่นใจขณะสวมใส่ได้ด้วย ถัดมาสามารถเลือกเรือนเวลาจากวัสดุ โดยเลือกวัสดุที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของคนรัก เช่น หากคนรักอยู่ในวัยทำงาน แน่นอนว่า ลุคที่มีความภูมิฐานจะช่วยเพื่มความน่าเชื่อถือได้ ควรเลือกนาฬิกาที่ทำจากวัสดุที่ทนทานและดูแลรักษาง่าย อย่างนาฬิกาที่มีตัวเรือนและสายผลิตจากสแตนเลสสตีลก็ดูเหมาะสม แมทช์กับเสื้อผ้าวันทำงานเสริมลุคได้อย่างมั่นใจ หรือหากคนรักชอบทำกิจกรรมกลางแจ้ง ควรเลือกนาฬิกาที่ทำจากวัสดุที่กันน้ำและกันกระแทกได้ดี และเลือกที่มีฟังก์ชัน อย่างการจับเวลา เพื่อช่วยทำกิจกรรมได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้การเลือกแบรนด์นาฬิกาก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ควรเลือกจากแบรนด์นาฬิกาที่ผลิตและได้รับมาตรฐานจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ก็จะการันตีถึงกลไกตัวเรือนและความเที่ยงตรงแม่นยำ ช่วยเพิ่มความมั่นใจยามสวมใส่ได้

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.