เปิดใจแบบหมดเปลือก 4 นักแสดงตัวแรร์ ‘ชาร์เลท’ – ‘ก้อง’ – ‘เพิร์ล’ – ‘ทะเล’ จากซีรีส์บางกอกคณิกา

0
328

 ถึงแม้ซีรีส์จะจบลงไปแล้วแต่ความฮอตร้อนแรงของนักแสดงระดับคุณภาพและโปรดักชั่นสุดอลังกาลแบบจัดหนักจัดเต็ม สมกับที่เป็นโปรเจกต์ฟอร์มยักษ์ของ oneD ORIGINAL ยังคงตราตรึงประทับใจผู้ชมได้ตั้งแต่ซีนแรกจนถึงฉากจบ จนกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์อันดับ 1 สำหรับซีรีส์บางกอกคณิกา (Bangkok Blossom) ซีรีส์ที่รวมทุกศาสตร์ความบันเทิง ทั้งร้อง เต้น เล่น โชว์ ครบจบในเรื่องเดียว ซึ่งทาง HOWE ได้มีโอกาสได้พูดคุยกับ 4 นักแสดงตัวแรร์ ‘ชาร์เลท’ วาศิตา – ‘ก้อง’ วิทยา – ‘เพิร์ล’ ศัจกร  – ‘ทะเล’ นธัท ถึงเบื้องหลังของการเข้าถึงบทบาทในแต่ละตัวละครจนมาเปลี่ยนมุมมองความคิดของแต่ละคนไปในเรื่องไหนบ้าง

ความรู้สึกของการที่ได้เข้ามาเป็นส่วนของซีรีส์เรื่องนี้

ชาร์เลท : สำหรับชาร์ รู้สึกดีใจ เพราะว่าด้วยตัวบทจะค่อนข้างไกลตัว พื้นฐานชาร์เป็นคนเรียบร้อย แล้วต้องมาเซ็กซี่ก็ไม่ค่อยถนัดสักเท่าไหร่ เป็นคาแรคเตอร์ใหม่ที่ยังไม่เคยได้เล่นมาก่อน รวมถึงโปรดักชั่นที่ยกระดับมากขึ้น แล้วก็เป็นคอนเทนต์ใหม่ๆ ดีใจที่ได้ร่วมเป้นส่วนหนึ่งของซีรีส์เรื่องนี้ และในบางซีนทุกคนอาจจะคิดว่า ชาร์เครียดกับบทในซีนที่ต้องเล่นกับพี่ณัฏฐ์ ทุกคนรอบตัวชาร์เครียดและเป็นห่วงมาก ส่วนตัวชาร์ชิลมากทุกคนไม่ต้องเป็นห่วง เพราะทุกอย่างได้ถูกคิดและได้มีการเตรียมตัวไว้หมดแล้ว ตั้งแต่ก่อนที่เราจะถ่ายได้มีการพูดคุยเรื่องบท ทุกอย่างระหว่างการถ่ายทำอยู่ในความปลอดภัย

ความท้าทายของการเล่นซีรีส์บางกอกคณิกา

ชาร์เลท : ความท้าทายน่าจะเป็นเรื่องของพาสโชว์ เพราะปกติชาร์จะแสดงอย่างเดียว ในละครที่ผ่านมาก็ทำหน้าที่เป็นนักแสดงอย่างเดียว พอมาในเรื่องนี้ต้องทำในส่วนของการ performance ต้องร้องเพลงด้วย มีอะไรหลากหลายอย่างที่ยังไม่เคยได้ทำมาก่อน ท่าเต้นที่ไม่เคยเต้น จริตที่ไม่เคยเป็น ก็จะเป็นส่วนที่ท้าทายที่สุดของการแสดงซีรีส์เรื่องนี้สำหรับตัวชาร์

หนึ่งอย่างในบางกอกคณิกาที่อยากนำเสนอมากที่สุด

ชาร์เลท : อยากนำเสนอในส่วนของเสื้อผ้า คอสตูมของเราเริ่ดจริง ในแต่ละโชว์ทางทีมก็จะมีการครีเอทให้มีความแตกต่างกันในแต่ละโชว์ อย่างโชว์แรกทั้งสามคนก็จะเน้นที่โปรดักชั่น โชว์ที่สองจะนำเสนอในเรื่องของสี โชว์ที่สามมีความอ่อนโยนมากขึ้น ทุกโชว์จะมีการคิดไว้แล้วล่วงหน้าจากทางทีมคอสตูม

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่อยากแสดงในซีรีส์เรื่องนี้

ชาร์เลท : อยากเล่นเป็น แม่ราตรี บทของพี่อ้อม พิยดา อยากมีอำนาจ อยากเป็นตัวแม่ ชาร์รู้สึกว่า ภายนอกเขาดูแข็งแกร่งมาก และสตอรี่เรื่องราวของเขามีเยอะมาก มีเรื่องที่เปราะบางและมีหลายๆ ซีนที่ได้ระเบิดอารมณ์ออกมาได้เห็นไดนามิกของตัวละคร เลยเป็นบทที่อยากลองเล่นบ้าง

ตัวละคร ‘เทียนหยด’ ให้อะไรกับเราบ้าง

ชาร์เลท : เป็นเรื่องของความทะเยอทะยาน ความมุ่งมั่นไปสู่ความหวังของตัวเอง คือ ตัวละครเทียนหยด ถ้าเป็นกราฟคือขึ้นอย่างเดียว เพราะทำได้ทุกอย่างเพื่อที่จะให้ตัวเองรอด ชาร์มองว่า เทียนหยดมีความเชื่อมั่นในตัวเองสูง มีความเชื่อมั่นในความฝันของตัวเองสูง ซึ่งในหลายๆ ครั้งที่เมื่อเกิดปัญหาขึ้นในชีวิตชาร์ ชาร์ก็เลือกที่จะเออไม่เป็นไร ลดลงมาหน่อยก็ได้ บางครั้งไม่ผิดที่เราจะตั้งความฝันไว้สูงๆ หรือการมีความหวังแค่ 1% ก็คือมีความหวังแล้ว และมันเป็นกำลังใจในการใช้ชีวิต เราไม่ผิดที่เราจะมีสิทธิ์ที่จะฝัน

ความรู้สึกของการที่ได้เข้ามาเป็นส่วนของซีรีส์เรื่องนี้

ก้อง : รู้สึกดีใจ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ oneD ORIGINAL และเป็นคอนเทนต์ใหม่ของช่องONE 31 ถามว่ากดดันไหมก้รู้สึกกดดันครับ แต่พอได้ร่วมงานกับนักแสดงทุกคนก็รู้สึกรีแลคมากขึ้น ไม่ได้กดดันเหมือนตอนแรกๆ

ความท้าทายของการเล่นซีรีส์บางกอกคณิกา

ก้อง : เป็นเรื่องของภาษาครับ เพราะว่าเป็นภาษาในยุคก่อน เวลาพูดต้องพูดชัดถ่อยชัดคำ คำควบกล่ำ

หนึ่งอย่างในบางกอกคณิกาที่อยากนำเสนอมากที่สุด

ก้อง : เรื่องของโปรดักชั่น ทีมงานได้สร้างเมืองทั้งเมืองขึ้นมาใหม่ มีความสมจริงมาก

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่อยากแสดงในซีรีส์เรื่องนี้

ก้อง : พระยาจรัล ครับ รู้สึกว่า เป็นตัวละครที่มีอำนาจ เป็นคนคุมทุกอย่าง

ตัวละคร ‘เกื้อ’ ให้อะไรกับเราบ้าง

ก้อง : ในตัวละครคุณเกื้อสอนให้รู้ว่า เราไม่สามารถตัดสินใครได้เลย เราไม่สามารถวางความฝันของใครได้ เพราะทุกคนมีอดีตที่แบกมาเหมือนกัน มีความฝันของแต่ละคน เราควรที่จะส่งเสริมความฝันของเขา

ความรู้สึกของการที่ได้เข้ามาเป็นส่วนของซีรีส์เรื่องนี้

เพิร์ล : รู้สึกดีใจและตื่นเต้นมากที่ได้ร่วมงานกับโปรเจกต์ใหญ่ๆ ของช่อง ONE 31 และมีนักแสดงมากฝีมือแต่ละคนเราก็เห็นมาตั้งแต่เราเด็กๆ รู้สึกดีใจที่ได้ร่วมงานกับทุกๆ คน ครับ

ความท้าทายของการเล่นซีรีส์บางกอกคณิกา

เพิร์ล : เป็นเรื่องของการพูด ด้วยความที่เป็นซีรีส์แนวพีเรียด บางครั้งเราติดพูดแบบสมัยใหม่ อย่างคำว่า “ครับ” ซึ่งจะต้องคัตแล้วก็ถ่ายใหม่เฉพาะคำนั้น เรื่องการแสดงผมก็มีกังวลอยู่ด้วยตอนที่ไม่รู้ว่าจะแสดงออกมาดีหรือเปล่า ก็พยายามทำการบ้านให้เต็มที่

หนึ่งอย่างในบางกอกคณิกาที่อยากนำเสนอมากที่สุด

เพิร์ล : ทีมนักแสดงและเรื่องการแสดงครับ ซีรีส์เรื่องนี้เหมือนเป็นภาพยนตร์กึ่งซีรีส์ผสมกัน การแสดงมิวสิคัลด้วยเลยจะค่อนข้างเรียว

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่อยากแสดงในซีรีส์เรื่องนี้

เพิร์ล : อยากเล่นเป็น ขุนณรงค์ ในเรื่องคาแรคเตอร์เป็นตัวละครที่สามารถทำอะไรก็ได้ ไม่มีความผิด ตำรวจก็ไม่สามารถจับเขาได้ ทำอะไรก็ได้และดูมีอำนาจ

ตัวละคร ‘นาถ’ ให้อะไรกับเราบ้าง

เพิร์ล : ผมรู้สึกว่า ความสุขของคนเราไม่เท่ากัน และปัญหาของแต่ละคนก็ไม่เท่ากัน เหมือนตัวละครของนาถ ความฝันของนาถมันง่ายมากเลย แต่ว่าสำหรับเขามันไม่ได้ง่ายเพราะด้วยปัญหาหลายๆ อย่างๆ ด้วยสถานการณ์ที่เจอของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ผมเลยรู้สึกว่า เราไม่เควรจะตัดสินใครด้วยความคิดของเราเอง เราควรรับฟังคนอื่นด้วย ไม่ได้แค่ตัดสินโดยที่เรามองเห็นในสิ่งที่เขาเป็นแค่นั้น

ความรู้สึกของการที่ได้เข้ามาเป็นส่วนของซีรีส์เรื่องนี้

ทะเล : เป็นซีรีส์เรื่องแรกของผมเลย รู้สึกตื่นเต้นแล้วก็เป็นประสบการณ์ใหม่ๆ ของผม (ตัวละครที่เข้าซีนด้วยบ่อยสุด) เทียนหยด ครับ (แล้วเรารู้สึกอย่างไรที่ได้ร่วมงานกับชาร์เลท) พี่ชาร์เลทเป็นคนชิลๆ น่ารัก ครับ

ความท้าทายของการเล่นซีรีส์บางกอกคณิกา

ทะเล : เรื่องของการพูดครับ เพราะผมเป็นคนค่อนข้างจะพูดรัวมาตั้งแต่เด็กแล้ว แต่ในบทต้องพูดแบบชัดถ่อยชัดคำ พูดช้าๆ ด้วยคาแรคเตอร์ต้องเป็นเณร ในยุคนั้นก็ยากในระดับหนึ่งสำหรับผม และด้วยผมเขียนภาษาไทยไม่ได้ด้วยครับ และในเรื่องต้องสอนภาษาไทยให้เทียนหยด

หนึ่งอย่างในบางกอกคณิกาที่อยากนำเสนอมากที่สุด

ทะเล : เรื่องของมุมกล้องในการถ่ายที่ไม่ธรรมดา ภาพจะไม่เหมือนละครทั่วไป ครับ

ถ้าให้เลือกหนึ่งบทบาทที่อยากแสดงในซีรีส์เรื่องนี้

ทะเล : อยากแสดงเป็น คุณเกื้อ เพราะว่าอยากเป็นพระเอกบ้าง

ตัวละคร ‘เณรปราบ’ ให้อะไรกับเราบ้าง

ทะเล : สำหรับผม ‘เณรปราบ’ สอนให้รู้ว่า วีธีการแก้ปัญหาในชีวิต จะโทษตัวเองไม่ได้อย่างเดียว ต้องแก้ปัญหาด้วยเหตุผล ไม่ใช้อารมณ์เพียงอย่างเดียว ให้ใช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ ครับ

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.