เริ่มแล้ว! Bangkok Design Week 2026 ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ พร้อมเปิดตัวประสบการณ์ฉายภาพดิจิทัลแสงสีบนผนังอาคารสุดสร้างสรรค์ใจกลางเมือง

0
37

เสน่ห์ของเมืองไม่ได้อยู่เพียงในอาคารหรือถนนสายหลัก แต่อยู่ใน “รสชาติ” ที่ฝังอยู่ในความทรงจำของผู้คน และในปีนี้ รสชาติเหล่านั้นกำลังถูกเล่าใหม่ผ่านงานออกแบบอย่างมีชั้นเชิง เมื่อเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 (Bangkok Design Week 2026) เปิดฉากอย่างเป็นทางการ ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ หนึ่งในสถานที่ได้รับคัดเลือกจัดงานหลักประจำปีนี้ ที่ชวนผู้มาเยือนออกเดินสำรวจย่านบางรัก–สุรวงศ์ ผ่านแนวคิด “Food Cultures: จากสำรับข้าวมันไก่ สู่วัฒนธรรมอาหารย่านบางรัก–สุรวงศ์

ภายใต้ความร่วมมือระหว่างโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ และสำนักงานเขตบางรัก การได้รับคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสถานที่จัดงานหลักของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงบทบาทของสถานที่จัดแสดงงานออกแบบ หากเป็นการตอกย้ำบทบาทของพื้นที่สร้างสรรค์ใจกลางย่านบางรัก เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ประจำปี 2569 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569 ภายใต้แนวคิด “Design S/O/S” ที่ชวนตั้งคำถามต่อบทบาทของงานออกแบบ ท่ามกลางความท้าทายและความเปลี่ยนแปลงของเมืองร่วมสมัย ซึ่งสุรวงศ์คือหนึ่งในพื้นที่ที่คำถามเหล่านั้นถูกถ่ายทอดออกมาอย่างเป็นรูปธรรมและจับต้องได้

การได้รับเลือกในครั้งนี้ ยังสะท้อนบทบาทสำคัญของโรงแรมที่ตั้งอยู่ในย่านสร้างสรรค์ บางรัก ย่านประวัติศาสตร์ที่เต็มไปด้วยความหลากหลายทางวัฒนธรรม จากการหลอมรวมของผู้คนหลากเชื้อชาติที่เข้ามาตั้งรกรากตั้งแต่อดีต จนก่อเกิดเป็นพื้นที่ซึ่งอัดแน่นไปด้วยมรดก ความทรงจำ และศักยภาพทางความคิดสร้างสรรค์ ที่ยังคงถูกตีความใหม่อย่างต่อเนื่องตามกาลเวลา

สุพิชญา รักปัญญา หัวหน้าฝ่ายพัฒนาธุรกิจและสร้างสรรค์ จากคอนดูอิท เฮาส์ (Conduit House) ผู้ดำเนินกิจการโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ เปิดเผยว่า “การได้เป็นส่วนหนึ่งของเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ 2569 ภายใต้แนวคิด ‘Design S/O/S’ สะท้อนบทบาทของโรงแรมมณเฑียรที่ไม่เพียงเป็นสถานที่พักผ่อน แต่ยังเป็นพื้นที่สร้างสรรค์ที่มีชีวิต ที่ผสานมรดกทางวัฒนธรรม—ทั้งสถาปัตยกรรมระดับไอคอนิกและอาหารพื้นถิ่น—เข้ากับความร่วมสมัย ในโฉมใหม่ที่ก้าวสู่ปีที่ 60 เราตั้งใจนำเสนอประสบการณ์ภายใต้ปรัชญา ‘Old Meets New’ เพื่อตอบโจทย์ความท้าทายและการเปลี่ยนแปลงของเมืองร่วมสมัย พร้อมรักษาเอกลักษณ์ไว้ให้โลกจดจำ”

ภายใต้โจทย์ Design S/O/S โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ จึงเลือกใช้อาหารเป็นทั้งจุดตั้งต้นของการออกแบบ เครื่องมือเล่าเรื่อง และพื้นที่สนทนาระหว่างอดีต ปัจจุบัน และอนาคตของย่าน แนวคิด Food Cultures ถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ 6 โปรแกรมสร้างสรรค์ ที่เชื่อมโยงผู้ชมเข้ากับมิติที่หลากหลายของวัฒนธรรมอาหาร ได้แก่

  1. นิทรรศการฉายภาพดิจิทัลแสงสีเชิงสร้างสรรค์ PALACE OF FOOD AND CULTURES ร่วมกับ แทนสกุล สุวรรณกูฏ (เวลา 19:00 – 23:00 น. ตลอดทุกวันระหว่าง 29 มกราคม – 8 กุมภาพันธ์ 2569)

หนึ่งในไฮไลต์ของ Bangkok Design Week 2026 ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ คือ “Palace of Food and Cultures” นิทรรศการแสงแบบ Immersive Experience โดย แทนสกุล สุวรรณกูฏ (XD49) ครั้งแรกของวงการโรงแรมไทยที่นำแรงบันดาลใจจากจิตรกรรมฝาผนังของ ท่านกูฏ (ไพบูลย์ สุวรรณกูฏ) มาตีความใหม่ผ่านแสง สี Animation และ Live Interactive Arts บนผนังอาคารโรงแรม เปลี่ยนสถาปัตยกรรมระดับตำนานให้กลายเป็นผืนผ้าใบแห่งจินตนาการ ที่ผู้ชมมีส่วนร่วมกับงานศิลป์ได้แบบเรียลไทม์ เชื่อมโยงศิลปะไทยร่วมสมัย สถาปัตยกรรม และวัฒนธรรมอาหารเข้าด้วยกันอย่างมีชีวิตชีวา

 “ผมอยากให้งานชิ้นนี้เป็นการสนทนาระหว่างอดีตกับปัจจุบัน เป็นการชุบชีวิตงานจิตรกรรมไทยให้ยังหายใจอยู่ในเมือง และเปิดโอกาสให้ผู้ชมได้เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างเรื่องราวนั้นด้วยตัวเอง”  แทนสกุล สุวรรณกูฏ กล่าว

  • นิทรรศการศิลป์ BARRICADES (Design Experimental Workshop) ร่วมกับ INDA จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    นิทรรศการ Art Installation นำวัสดุเหลือใช้จากบ้านปลายเนินมาตีความใหม่ผ่านงานออกแบบเชิงทดลอง (Design Experimental Workshop) โดย INDA (หลักสูตรนานาชาติด้านการออกแบบและสถาปัตยกรรม จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)  โดยมีไฮไลต์คือการใช้ วัสดุจากเรือนครัวและตู้กับข้าว ถ่ายทอดผ่านผลงานของนักออกแบบและสถาปนิก 8 คนจากอิตาลี สวิตเซอร์แลนด์ และเดนมาร์ก พร้อมการสนับสนุนจากสถานเอกอัครราชทูตอิตาลี – สถาบันวัฒนธรรมอิตาเลียน และบ้านปลายเนิน
  • นิทรรศการศิลปะสื่อผสม CURARTISTRY: FOOD CULTURES ร่วมกับ AA Visiting School Bangkok

โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ร่วมกับ AA Visiting School Bangkok และคณาจารย์ระดับสากล นำเสนอ “CURARTISTRY” นิทรรศการที่มองกรุงเทพฯ ผ่านเลนส์ของ วัฒนธรรมอาหาร เมื่อวิถีชีวิตประจำวันถูกยกระดับเป็นศิลปะ ถ่ายทอดเรื่องราวเมืองผ่านงานวิจัยและภาพถ่ายเชิงสร้างสรรค์ ชวนสำรวจการเดินทางของอาหารตั้งแต่ต้นทางการผลิต พื้นที่ค้าขาย ไปจนถึงบทบาทของเชฟและพิธีกรรมทางวัฒนธรรม นำเสนอการเดินทางของอาหารผ่าน 3 มิติที่ร้อยเรียงเข้าด้วยกัน

  • การเสวนาสาธารณะ FOOD CULTURES  (วันที่ 30 มกราคม และ 5 กุมภาพันธ์ 2569)
    เวทีเสวนาที่เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองระหว่างนักออกแบบ ศิลปิน และผู้ทำงานด้านวัฒนธรรมอาหาร ชวนผู้ฟังตั้งคำถามต่อบทบาทของอาหารในฐานะวัฒนธรรมของเมือง

  • นิทรรศการ FOOD CULTURES in Bangrak District ร่วมกับสำนักงานเขตบางรัก

นิทรรศการ FOOD CULTURES in Bangrak District จัดขึ้นโดยการร่วมมือระหว่างสำนักงานเขตบางรักและโรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ที่ชวนสำรวจอัตลักษณ์ย่านบางรักผ่านมรดกทางอาหารของ 5 แขวง—บางรัก สีลม สุรวงศ์ สี่พระยา และมหาพฤฒาราม โดยใช้อาหารเป็นตัวเชื่อมโยงประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของผู้คน ผ่านการทำ Cultural Mapping เมื่อผู้ชมได้สัมผัสบางรักผ่าน “รสชาติ ความทรงจำ และประสบการณ์ที่มีชีวิต” นิทรรศการจึงทำหน้าที่เป็น “ประตูสู่การสำรวจ” มากกว่าจะเป็นเพียง “ปลายทาง” ของการชมงาน

  • การประกวดแข่งขันทำอาหารไทย “เส้นศิลป์ถิ่นไทย” : Thai Noodle as Culinary Art (จัดขึ้นเฉพาะวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569)

กิจกรรมการแข่งขันทำอาหารไทยนี้บูรณาการศิลปะ วัฒนธรรม และความคิดสร้างสรรค์ เพื่อเฉลิมฉลองรสชาติและศักยภาพของชุมชนบางรัก สะท้อนสายสัมพันธ์ของย่านกับอาหารในฐานะมรดกมีชีวิต พร้อมยกระดับอาหารไทยประเภทเส้นสู่ Edible Art ผ่านการสร้างมาตรฐานใหม่ เสริมความแข็งแรงให้ตลาดอาหารไทยจากฐานในประเทศ และขยายคุณค่าอาหารไทยสู่เวทีโลก ภายใต้แนวทางการพัฒนาอย่างรับผิดชอบและยั่งยืนทั้งด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจ

ตั้งแต่ช่วงบ่ายจนถึงค่ำ บรรยากาศภายในพื้นที่จัดงานเต็มไปด้วยผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ตั้งใจมาสัมผัสเรื่องราวของย่านที่กำลังถูกเล่าใหม่ผ่านอาหาร งานดีไซน์ และเมือง เส้นทางภายในโรงแรมถูกแปลงให้กลายเป็นพื้นที่ค้นพบที่ผู้ชมค่อย ๆ เดิน ค่อย ๆ หยุดมอง แลกเปลี่ยนมุมมองต่อผลงาน ราวกับการเดินชมเมืองในจังหวะที่ช้าลง เพื่อฟังเรื่องราวของบางรัก–สุรวงศ์ อย่างตั้งใจ

  • ทั้งนี้ ตลอดระยะเวลาเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ  โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังได้สร้างสรรค์ความอร่อย ด้วยเมนูพิเศษเฉพาะเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ นี้ อย่างดูโอความอร่อย “พัฟมัสมั่นแก้มวัว” ที่นำเมนูที่ได้รับฉายา “แกงที่ดีที่สุดในโลก” มาปรับเปลี่ยนและตีความให้กลายเป็นพัฟที่หยิบจับและทานง่าย คู่มากับ “บ้าบิ่นชีสเค้กมะพร้าวอ่อน” ที่นำเท็กซ์เจอร์ความหนึบและหอมมันของขนมบ้าบิ่นมะพร้าวอ่อน มาผสานเข้ากับความเนียนนุ่มของครีมชีส รวมทั้งม็อกเทลแก้วพิเศษ Siam Golden Muse จากการ์เดน เลาจน์ และคงขาดไม่ได้ที่จะต้อนรับผู้เข้าร่วมด้วยเมนูอันเลื่องชื่อตำรับมณเฑียรที่ได้รับความนิยมมายาวนานเกือบ 5 ทศวรรษ มาให้ทุกท่านได้ลิ้มลองอย่างคล่องตัว นำโดย ข้าวมันไก่มณเฑียร การันตรีคุณภาพด้วย รางวัลมิชลิน บิบ กูร์มองด์เคียงคู่ความอร่อยเลิศจาก สามสหายติ่มซำจักรพรรดิ จากห้องอาหารเรือนต้น ที่คัดสรรวัตถุดิบชั้นเลิศมาปรุงอย่างพิถีพิถัน ทั้งยังได้ร่วมมือกับ IWS (Independent Wine & Spirit – Thailand) ผู้นำด้านการนำเข้าและจัดจำหน่ายไวน์ระดับพรีเมี่ยมทั้งในประเทศไทยและภาคพื้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ตั้งแต่ปี 2542 นำเสนอคอลเลกชั่นไวน์และสปิริตชั้นเลิศจากแหล่งผลิตชื่อดังทั่วโลก ตอกย้ำบทบาทการเป็นจุดหมายปลายทางด้านอาหารชั้นนำที่อยู่เคียงคู่กับจิตวิญญาณของย่านสุรวงศ์อย่างแท้จริง

นอกจากนี้ เทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการไทยร่วมถ่ายทอดอัตลักษณ์ผ่านงานออกแบบร่วมสมัย โดย เดอมอนด์ (DERMOND) แบรนด์เครื่องประดับสัญชาติไทยกว่า 3 ทศวรรษ และหนึ่งใน Top 100 Jewelry and Watch Brands of the World จาก Luxury Lifestyle Awards 2025 นำเสนอ Firework Collection ถ่ายทอดพลังแห่งการเฉลิมฉลองและความทรงจำ ผ่านงาน High Jewelry อันประณีต ด้วยเทคนิคการร้อยทองคำและอัญมณีหลากชนิด อาทิ Mother of Pearl, Pink Sapphire และ Pink Opal สร้างสรรค์เครื่องประดับที่สะท้อนความพลิ้วไหวของดอกไม้ไฟอย่างเจิดจรัส พร้อมมาตรฐานการดูแลหลังการขายระดับสากลในฐานะ Thai Global Fine Jewelry House อย่างแท้จริง

ด้าน Another Way We Speak นำเสนอเครื่องประดับเงินแท้ ถ่ายทอดผ่านงานฝีมือของช่างเครื่องเงินไทย (Thai Craftsmanship) และกำไลหินในฐานะภาษาของตัวตนแสดงออกผ่านรายละเอียดและคุณภาพงานฝีมือช่างเงินไทย บนดีไซน์ที่อยู่เหนือกาลเวลา ไม่ผูกติดกับกระแส ไฮไลท์คือ P.C.Y. (Pra Cham Yam) Collection การตีความ ลายประจำยามให้เป็นรูปทรงร่วมสมัย คงความหมายแห่งการคุ้มครองและสมดุล พร้อมต่อยอดสู่ชิ้นงานอื่น ๆ และซิกเนเจอร์สร้อยข้อมือหิน (Bespoke Stone Bracelet) ที่เปิดโอกาสให้ผู้สวมใส่ออกแบบตัวตนด้วยหินธรรมชาติกว่า 47 ชนิด กับความหมายที่แตกต่าง ซึ่งเมื่อสองมุมมองมาบรรจบกันในงาน Bangkok Design Week เครื่องประดับจึงไม่ใช่เพียงของประดับกาย แต่คือสื่อที่เชื่อมโยงตัวตน วัฒนธรรม และวิถีชีวิตเมือง อีกหนึ่งบทสนทนาของงานช่างฝีมือไทยที่สะท้อนถึงงาน หัตถศิลป์แห่งชาติบนเวทีร่วมสมัยไว้อย่างภาคภูมิ

ในส่วนของ VERTIER แบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติไทย ดีไซน์คุณภาพเทียบเท่าระดับโลกที่ได้รับความไว้วางใจและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบให้กับลูกค้าชาวไทยและชาวต่างประเทศมาอย่างยาวนานตลอดระยะเวลากว่า 7 ปี ร่วมถ่ายทอดศักยภาพงานฝีมือผ่านเฟอร์นิเจอร์ไทยคุณภาพสูง อาร์ทิซานส์ โดยมีไฮไลต์คือ V Lamp Shade คอลเลกชันโคมไฟล่าสุด การันตีรางวัล DEmark ที่สะท้อนแนวคิด “เศษวัสดุสู่ความงามแห่งแสงสว่าง” ผสานการออกแบบที่ยืดหยุ่น จริยธรรมต่อโลก และฟังก์ชันที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์เฉพาะตัวของผู้ครอบครองได้อย่างสมบูรณ์แบบ

แม้บรรยากาศวันแรกจะปิดฉากลงพร้อมแสงไฟยามค่ำ แต่เรื่องราวของ Bangkok Design Week 2026 ณ โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ ยังดำเนินต่อไป ตั้งแต่วันนี้ถึง 8 กุมภาพันธ์ 2569 พื้นที่แห่งนี้ยังเปิดต้อนรับนักสร้างสรรค์ ผู้สนใจงานออกแบบ ชุมชนในพื้นที่ และผู้มาเยือนจากทั่วโลก ให้ร่วมค้นพบนิทรรศการ กิจกรรม และบทสนทนาใหม่ ๆ ที่ทยอยเกิดขึ้นในแต่ละวัน โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย บางประสบการณ์อาจต้องใช้เวลา บางจังหวะอาจเหมาะกับการกลับมาอีกครั้ง แต่ทั้งหมดสะท้อนอัตลักษณ์ของย่านบางรักควบคู่กับความร่วมสมัยของกรุงเทพฯ อย่างงดงาม พร้อมทำหน้าที่เป็นเวทีที่เปิดกว้าง อบอุ่น และเชื่อมโยงงานดีไซน์ วัฒนธรรม อาหาร และชุมชนเข้าไว้ด้วยกัน สมกับการเป็นหนึ่งในจุดหมายสำคัญใจกลางเมือง ที่พร้อมต้อนรับทุกคนด้วยเสน่ห์การบริการแบบไทยซึ่งโรงแรมมณเฑียรฯ ภาคภูมิใจมาอย่างยาวนาน

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.