THE 50 INFLUENTIAL PEOPLE 2022 “อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม” ปรับตัวตามโลก สู่การเป็นแม่แบบที่ดี

0
505

กว่า 20 ปีแล้ว กับการทำงานในวงการผู้กำกับภาพยนตร์ ที่กว่าจะก้าวมาถึงวันนี้ผู้ชายที่ชื่อ ปิง-อดิสรณ์ ตรีสิริเกษม ต้องผ่านอะไรมาอย่างมากมายที่ทำให้เขาได้เรียนรู้และเพิ่มประสบการณ์ให้กับตัวเอง

สำหรับ ปิ๊ง-อดิสรณ์ เริ่มต้นงานในฐานะผู้กำกับภาพยนตร์จากการกำกับภาพยนตร์เรื่อง ‘แฟนฉัน’ ที่ประสบความสำเร็จด้วยยอดรายได้มากถึง 137.3 ล้านบาท และได้แจ้งเกิดนักแสดงเด็กมากมายจนกลายมาเป็นนักแสดงคุณภาพประดับวงการบันเทิงเมืองไทย และด้วยความสำเร็จจากภาพยนตร์เรื่องแรกนี้เอง ที่เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดบริษัท จีเอ็มเอ็ม ไท หับ หรือที่นิยมเรียกตามชื่อย่อว่า GTH ที่ผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ที่เติบโตผ่านเวลามา จนปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด หรือมีชื่อย่อว่า GDH ที่ยังคงผลิตและจำหน่ายภาพยนตร์ในเมืองไทยเหมือนเช่นเคย

หากเอ่ยถึงผลงานภาพยนตร์ที่มีชื่อของ ปิ๊ง-อดิสรณ์ นั่งแท่นเป็นผู้กำกับแล้วละก็ การันตีได้เลยว่าภาพยนตร์ทุกเรื่องต้องประสบความสำเร็จ และจะถูกกล่าวถึงเป็นที่ฮือฮาของวงการภาพยนตร์ไทยทุกครั้ง อย่างภาพยนตร์เรื่องรถไฟฟ้า มาหานะเธอ ที่กวาดรายได้ไปกว่า 145 ล้านบาท และในส่วนของผลงานละครโทรทัศน์ที่ผู้กำกับคนเก่งมากฝีมือได้นั่งแท่นเป็นผู้กำกับนั้น อย่างละครเรื่องฮอร์โมนส์ วัยว้าวุ่น ที่ในตอนนั้นเพียงตอนแรกที่ออกอากาศก็ได้กระแสตอบรับที่ดี จนถือได้ว่าเป็นผลงานแจ้งเกิดของนักแสดงคุณภาพมาประดับวงการบันเทิงอยู่หลายคน อาทิ ต่อ ธนภพ, เก้า สุภัสสรา, ปันปั้น สุทัตตา, มาร์ช จุฑาวุฒิ, ฝน ศนันธฉัตร และแบงค์ ธิติ เป็นต้น และล่าสุดกับผลงานการกำกับภาพยนตร์เรื่องบุพเพสันนิวาส 2 ที่ได้เสียงตอบรับที่ดีจากผู้ชมจนสามารถกวาดรายได้จากการฉายทั่วประเทศไปกว่า 388 ล้านบาท นอกจากนี้ภาพยนตร์เรื่องบุพเพสันนิวาส 2 ยังขึ้นแท่นหนังไทยทำเงินสูงสุดในประเทศเวียดนามและในช่วงปลายปีที่จะถึงนี้จะถูกนำไปฉายที่ประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจกับทุกงานที่ผมทำครับผมผ่านเวลาจนมาถึงจุดที่มองย้อนกลับไปแล้วพบว่าทุกงานที่ทำ ไม่ว่าผลตอบรับจะออกมาเป็นอย่างไร ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่มาช่วยพัฒนาและเปลี่ยนแปลงความคิดของผม รวมไปถึงความรู้และความสามารถของตัวผมเองด้วย จนกลายมาเป็นแบบที่ผมกำลังเป็นอยู่ในทุกวันนี้” ปิ๊ง-อดิสรณ์ อธิบายถึงสิ่งที่ทำให้เขาได้ก้าวมาอยู่ในจุดที่ทุกคนยอมรับ

ทุกงานที่เกิดขึ้นจากความคิด และฝีมือของผู้ชายคนนี้ ไม่ใช่แค่ทำแล้วผ่านไป ทว่ายังเป็นสิ่งที่ปิ๊ง-อดิสรณ์ รู้สึกหลงรักในผลงานที่เกิดขึ้นด้วย “ผมรับในทุกสิ่งที่เกิดขึ้นไปแล้วครับ ซึ่งผลงานที่ทำให้คนรู้จักผมมากที่สุดก็คงจะเป็นผลงานที่มาจากการแสดง ที่เราเคยไปเล่นเป็นตัวประกอบให้กับเพื่อนๆ พี่ ๆ น้องๆ ครับ”

“ไม่อยากให้มีผู้ลงทุนคนไหนต้องได้รับบาดเจ็บ ไม่อยากเห็นคนดูที่มาดูหนังแล้วพูดว่าเสียดายเวลา เสียดายเงิน”

ส่วนเรื่องอนาคตกับวงการภาพยนตร์ไทย ปิ๊งบอกว่าเขาอยากเห็นวงการหนังไทยเติบโตไปในระดับที่คนทำหนัง คนดูหนัง รวมไปถึงผู้ผลิต หรือแม้แต่อุตสาหกรรมภาพยนตร์ มีส่วนเกื้อหนุนกันอย่างจริงจัง “ผมอยากให้ไม่มีหนังเรื่องไหนที่ต้องขาดทุน ไม่อยากให้มีคนทำหนังแล้วได้ค่าแรงที่ไม่เหมาะสม ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่ใช้ไป หรือแม้แต่ไม่อยากให้มีผู้ลงทุนคนไหนต้องได้รับบาดเจ็บ ไม่อยากเห็นคนดูที่มาดูหนังแล้วพูดว่าเสียดายเวลา เสียดายเงิน” ซึ่งทั้งหมดนี้แม้จะดูเป็นอุดมคติไปสักหน่อย แต่สำหรับผู้กำกับภาพยนตร์ที่ชื่อปิ้งคนนี้แล้ว เขาอยากให้สิ่งที่เขาคิดเหล่านี้เกิดขึ้นจริงๆ

เมื่อพูดถึงการเป็นผู้ทรงอิทธิพลในด้านธุรกิจภาพยนตร์ ปิ๊งกลับมองว่าตัวเขาเองอาจไม่ใช่ผู้ทรงอิทธิพลในธุรกิจแต่อย่างใด “แต่หากให้ผมแชร์ความเห็นส่วนตัว ผมว่าคุณสมบัติที่ดีของคนที่จะเป็นผู้ทรงอิทธิพลหรือผู้นำในธุรกิจภาพยนตร์ที่ดีนั้น จะต้องมีการปรับตัวตลอดเวลา ให้ทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงเสมอ เพราะโลกทุกวันนี้ สปีดของการอัปเดตเร็วมาก และต้องเข้าใจให้ได้ว่าคุนดู คนฟัง หรือคนที่เสพความบันเทิงในสื่อหรือมีเดีย ชอบหรือไม่ชอบ อยากหรือไม่อยาก หรือมีฟู๊ดแบ๊กอะไร ด้วยเหตุผลอะไร”

กระนั้นก็ตาม ผู้ชายคนนี้ก็ยังมีบุคคลต้นแบบที่เป็นแรงบันดาลใจ และมีอิทธิพลต่อตัวของเขาเสมอ โดยแต่ละคนก็จะเป็นแรงบันดาลใจกันคนละแบบ “อย่างตัวการ์ตูนและตัวละครจากหนัง หรือละครที่ผมดูมาตลอดชีวิต สิ่งเหล่านี้มีอิทธิพลกับผมในเรื่องของการพัฒนาความรู้สึกนึกคิดของผม ขณะที่คุณพ่อกับคุณแม่ ก็เรียกว่ามีอิทธิพลด้านการเงินและการเลี้ยงดู เช่นเดียวกับ พี่เก้ง-จิระ มะลิกุล ก็มีอิทธิ์พลซึ่งทำให้ผมและเพื่อนๆ มีอาชีพอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้ ไม่เว้นแม้แต่ภรรยาของผม ก็เป็นคนที่มีอิทธิพลกับวิธีคิดเรื่อง empathy หรือ ความเข้าอกเข้าใจที่มีต่อคนอื่น ซึ่งผมไม่ค่อยมี และนั่นทำให้ผมรู้สึกว่าการที่เรามีความเข้าอกเข้าใจคนอื่น ช่วยให้ผมเป็นคนที่ดีขึ้นกว่าเดิม” และไม่ใช่แค่บุคคลที่อยู่รอบตัวเขาเท่านั้น เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, เอริค คันโตน่า, เดวิด เบ็คแฮม และซีเนอดีน ซีดาน ก็เรียกได้ว่ามีอิทธิพลต่อแนวคิดในการทำงาน และปฏิกิริยาที่ทำให้ผู้ชายคนนี้มีต่อเพื่อนร่วมงานของเขาด้วยเช่นกัน

วันนี้ ปิ๊ง-อดิสุรณ์ ตรีสิริเกษม ยังบอกด้วยว่าความสำเร็จของเขาอาจไม่ใช่แค่เรื่องของผลงานเท่านั้น “ผมว่าการที่เรามีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่นั้น ก็ยังสามารถเรียกว่าประสบความสำเร็จได้เหมือนกัน แค่ต้องถามตัวเองว่าเรากำลังทำอะไรอยู่ หรือสิ่งที่ทำนั้นสร้างความเดือดร้อนให้ใครหรือไม่ ผมว่าต่อให้ได้เงินเยอะก็ควรจะทบทวนคำว่าประสบความสำเร็จให้ดีครับ”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.