คุณปอ ศีกัญญา ศักดิเดช ภาณุพันธ์ หนึ่งในผู้บริหารหญิงรุ่นใหม่ของ Maneeya Group ที่โดดเด่นทั้งใน
โลกธุรกิจและแวดวงไลฟ์สไตล์ ด้วยภาพลักษณ์อันสง่างามและวิสัยทัศน์ที่ทันสมัย ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง CEO ดูแลธุรกิจ Fashion Retail และ Lifestyle ของแบรนด์ Kipling ในประเทศไทย ควบคู่กับการดูแลด้าน brand image และ corporate communications ขององค์กร ทำให้เธอมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางเชิงกลยุทธ์และสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ให้มีความร่วมสมัยอยู่เสมอ
“ปีนี้และอนาคต เรายังโฟกัสที่ธุรกิจค้าปลีกสินค้าไลฟ์สไตล์และแฟชั่น โดยมี Kipling เป็นเรื่องหลักค่ะ เราศึกษาตลาดออนไลน์เกิดใหม่ รวมถึงแพลตฟอร์มใหม่ๆ ที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสนใจ เพื่อให้แบรนด์สามารถเข้าถึงลูกค้าได้หลากหลายมากขึ้น ส่วนบริษัทในเครือ Maneeya Group ก็ยังมีธุรกิจอาคารสำนักงานและโรงแรมควบคู่กันไป ปอรับผิดชอบดูแลด้านภาพลักษณ์และ PR ของ Renaissance Bangkok Ratchaprasong Hotel เป็นหลัก ในบทบาท Senior Vice President เพื่อให้ภาพรวมของแบรนด์และองค์กรไปในทิศทางเดียวกันค่ะ”

“นอกจากนี้ ในส่วนของตลาด Fashion Retail มีการแข่งขันที่ค่อนข้างสูง ทั้งจาก fast fashion, local brands รวมถึงตลาด resale นโยบายของเราในระยะสั้นคือ Agility & Localizationที่มุ่งเน้นการตอบสนองต่อเทรนด์ในไทยให้เร็วที่สุด และบริหารจัดการสต๊อกให้มีประสิทธิภาพสูงสุด” “ในระยะยาวเราให้ความสำคัญกับ Brand Loyalty & Community Building เปลี่ยนจากการขายสินค้าเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้างความสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์กับผู้บริโภค ผ่านโปรแกรมสมาชิกและประสบการณ์พิเศษ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน ส่วนเป้าหมายด้านธุรกิจและรายได้แต่ละเซกเมนต์ ปีนี้เราคาดว่ารายได้จะเติบโตประมาณ 10-15% โดยประมาณ 70% ยังมาจากหน้าร้านในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และอีก 30% มาจากช่องทางออนไลน์และ Social Commerce ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดดส่วนปีหน้า เราวางแผนเพิ่มสัดส่วนรายได้จากสินค้ากลุ่ม Limited Edition และ Travel Gear มากขึ้น เพื่อรองรับการฟื้นตัวของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลก รวมถึงคาดหวังการเติบโตจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้นผ่าน Digital Transformation ค่ะ”
“ถ้าถามถึงความภาคภูมิใจในความสำเร็จ ปออาจไม่ได้มองแค่ตัวเลขผลประกอบการแต่คือการที่แบรนด์ยังเป็นที่ต้องการและอยู่ในใจของลูกค้า ลูกค้ามั่นใจว่ากระเป๋าของเราทั้งสวย ใช้งานได้จริง และมีคุณภาพกลับมาซื้อซ้ำและบอกต่อ นั่นคือเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จที่ชัดเจนที่สุดค่ะ” “ปอให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของการบริหารธุรกิจ เพราะในโลกของ Fashion Retail ที่มีการแข่งขันสูง ความเข้าใจความต้องการของผู้บริโภคและการมองตลาดได้ล่วงหน้า คือสิ่งสำคัญที่ทำให้เราเคลื่อนที่ได้เร็วและแม่นยำในตลาดนี้ค่ะ”
“ถ้าถามถึงสไตล์และ mindset ปอพยายามมองทุกอุปสรรคเป็นโอกาสในการเรียนรู้ เพราะโลกปัจจุบันเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การผ่านอุปสรรคในทุกครั้ง นอกจากจะทำให้เราเก่งและแกร่งขึ้น ยังทำให้องค์กรพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคตได้ดีขึ้นอีกด้วย” “ปอทำงานแบบ empowerment คือให้อำนาจการตัดสินใจกับทีม เพื่อให้ทุกคนได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ แต่ในขณะเดียวกัน รายละเอียดก็ยังสำคัญมาก โดยเฉพาะในธุรกิจแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ที่ทุกอย่างต้องสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งในด้านสินค้าและงานบริการ เพราะสุดท้ายแล้วความน่าเชื่อถือคือสิ่งที่มีค่าที่สุดค่ะ”
“หัวใจสำคัญของการเป็น The Best CEO ปอต้องยกเครดิตให้คุณแม่ปํ๋า (ศิริกาญจน์ ศักดิเดช ภาณุพันธ์ ณ อยุธยา) ผู้นำเข้าแบรนด์ Kipling มาตั้งแต่ปี 1997 ท่านสอนเสมอว่า CEO ที่ดีไม่ใช่แค่การบริหารหรือการตัดสินใจที่เฉียบขาด แต่ต้องเป็น Chief Empathy Officer ที่เข้าใจทั้งลูกค้า ทีมงาน และผู้คนรอบตัวด้วย” “สำหรับปอ การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจน ความยืดหยุ่นในการปรับตัว และความกล้าตัดสินใจในวันที่ธุรกิจต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสำคัญมาก แต่เหนือสิ่งอื่นใด คือการรักษาจริยธรรมและความน่าเชื่อถือ เพราะปอเชื่อว่าสุดท้ายแล้วความไว้วางใจคือ foundation ที่ทำให้ทั้งแบรนด์และองค์กรสามารถเติบโตได้อย่างสง่างาม ยั่งยืน และได้รับการยอมรับในระยะยาวค่ะ”
“ในฐานะผู้หญิงยุคใหม่ที่ต้องบาลานซ์ทั้งเรื่องงานและบทบาททางสังคม ปออยากฝากถึงนักธุรกิจรุ่นใหม่ว่า อย่ากลัวที่จะมีวิธีคิดหรือมุมมองที่แตกต่าง เพราะ individuality และ authenticity คือสิ่งที่ทำให้คนจดจำเราได้จริง และไม่ว่าคุณจะอยู่ในช่วงไหนของชีวิต อย่าหยุดเรียนรู้และพัฒนาตัวเอง เพราะในโลกที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ทุกวันนี้การหยุดนิ่งเท่ากับการถอยหลังค่ะ”

“การเป็น CEO ที่ดีต้องเป็น Chief Empathy Officer ที่เข้าใจลูกค้าและความรู้สึกของพนักงาน หัวใจสำคัญคือ วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่น กล้าตัดสินใจยามวิกฤต และรักษาจริยธรรมในการทำธุรกิจ”



