“นพพล โกมารชุน – ปรียานุช ปานประดับ” สนุกกับชีวิต ทำทุกอย่างด้วยใจรัก

0
1157
หากพูดถึงคู่รักในวงการบันเทิงอย่าง อาตู่-นพพล โกมารชุน และพี่นุช-ปรียานุช ปานประดับ ก็ต้องบอกว่าเป็นคู่รักที่มีความน่ารักและสวีตกันสุดๆ แม้จะครองคู่กันมายาวนานกว่า 20 ปีแล้วก็ตาม ทั้งคู่เล่าให้ฟังว่าด้วยการทำงานเป็นโปรดักชันส์เฮาส์รับผลิตละคร ขณะที่อาตู่ก็ยังรับงานแสดงด้วย ทำให้ทั้งคู่ทำงานค่อนข้างหนัก แต่ด้วยความรักที่มีต่องานทำให้ทุกเรื่องราวที่ผ่านเข้ามากลายเป็นเรื่องดีๆ ได้ แม้ตัวพี่นุชเองจะต้องต่อสู้กับโรค SLE ที่ป่วยอยู่ก็ตาม แต่ด้วยความรักของสามี และความสุขที่ได้อยู่ร่วมกัน ทำให้ทุกวันคือความสนุก เป็นสีสันของชีวิตกันและกัน

อาตู่ : ละครเสร็จไป 2 เรื่องแล้ว Post Production คือ “เก็บแผ่นดิน” กับอีกเรื่องที่กำลังตัดต่อก็คือ “พยัคฆ์ร้ายซ่อนลาย” ส่วนตัวอาเองก็จะมีงานแสดงด้วย ตอนนี้ก็มีอยู่ 3 เรื่อง มีเรื่อง “มาตาลดา” ของคุณจ๋า (ยศสินี ณ นคร) ทางช่อง 3 มีเรื่อง “Second Chance” กับทางช่องวัน และ “Home School” กับทางแกรมมี่ อีก 2 เรื่องตอนนี้ยังไม่ได้ตั้งชื่อภาษาไทย

พี่นุช : พี่ทำแต่งานของเป่า จิน จง พี่จะเลือกบทละคร ดูพล็อตเรื่อง เตรียมงานที่จะทำละครเรื่องใหม่ ช่วงที่เรากำลังตัดต่อละครที่ถ่ายทำไปแล้วก็เตรียมงานเรื่องใหม่ หาโลเคชัน หาข้อมูล เพราะละครที่ทำเป็นละครอิงประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นละครฟอร์มใหญ่ที่เราเคยทำมา เรื่องนี้เนื้อหาถูกใจ แต่การเป็นโปรดักชันส์เฮาส์เราเลือกงานไม่ได้ แต่เราก็มีสไตล์ที่ชัดเจน ปีๆ หนึ่งพี่ก็อยากผลิตงานให้ได้เยอะๆ นะ เพราะมันคือรายได้ แต่เอาจริงๆ มันก็ตั้งเป้าไม่ได้

อาตู่ : วงการนี้มันไม่มีแพลนเนอร์ ปีนี้เราต้องได้เท่านี้ เพราะละครกว่าจะเสร็จแต่ละเรื่อง กว่าจะเตรียมงาน กว่าจะลงมือทำ มันต้องใช้เวลาเยอะ อย่าง Pre-Production ใช้เวลากว่า 6 เดือน เขียนบท แคสต์ ติดต่อนักแสดง ซ้อมบทนักแสดง หาโลเคชัน ฉะนั้นเราก็บอกไม่ได้ว่าปีนี้จะทำละครได้กี่เรื่อง

ยิ่งในเรื่องของบท เราต้องทำตามลูกค้า เราอยากทำแบบนี้แต่ลูกค้าอยากได้แบบนี้ เราก็ต้องเปลี่ยน บางครั้งความต้องการไม่ตรงกัน เราก็เปลี่ยนได้ เพราะมันเป็นอาชีพ บางครั้งถ้าสิ่งที่เราต้องการทำตรงกับสิ่งที่ช่องต้องการ มันก็คือความโชคดี เราทำอาชีพนี้มา 30 กว่าปี เจอมาทุกรูปแบบ ฉะนั้นเราก็พร้อมปรับตัวอยู่แล้ว งานที่เราทำเป็นพาณิชย์ศิลป์ เพราะเราต้องหารายได้ แต่แน่นอนว่าเราต้องชอบทำด้วย

อาอยู่ในวงการตั้งแต่ปี 2521 ตอนนี้ก็ 45 ปีแล้ว อาเป็นนักแสดง ไต่ขึ้นมาเป็นผู้กำกับ แล้วก็ผันตัวมาเป็นผู้จัด สิ่งที่ทำให้อยู่ในวงการมานานก็คือ “ความรักที่มีต่องานที่ทำ” เป็นนักแสดงด้วยความรัก เป็นผู้กำกับด้วยความรัก และเป็นผู้จัดก็ด้วยความรัก ความรักในงานสำคัญมาก ยิ่งในฐานะที่เป็นศิลปินแห่งชาติ เราต้องสร้างผลงา จะอยู่นิ่งไม่ได้ ในฐานะนักแสดง บางเรื่องอาก็รับบทร้าย รับเพราะชอบบท แต่ต้องพิจารณาว่าเรื่องนี้มันมีอะไรที่ทำร้ายสังคมไหม ถ้ามีก็ต้องคิดอีกที นั่นเป็นเรื่องจำเป็น

พี่นุช : ทำงานด้วยความรักแล้วงานจะสนุก งานที่พี่ทำอาจจะมีความยุ่งยากหน่อย เพราะต้องประสานงาน ดูแลทุกอย่าง เพื่อให้งานเดินไปข้างหน้า พี่เป็นคนหานิยาย วางพล็อต วางโครงเรื่องแบบละเอียด ดูแลงานทุกอย่าง เราได้เกียรติจากนักแต่งเพลงระดับศิลปินแห่งชาติอย่างคุณสุรชัย จันที่มาธร (น้าหงาคาราวาน) และพี่จิก-ประภาส ชลศรานนท์ ซึ่งท่านเหล่านี้มาเขียนเพลงให้เป่า จิน จง ถือเป็นความภาคภูมิใจของเราค่ะ

อย่างเรื่องงานแสดงพี่ก็ชอบนะ แต่ด้วยปัญหาเรื่องสุขภาพ ขาขวาพี่ไม่ค่อยดี ถ้านั่งนานๆ จะลุกเดินไม่ค่อยได้ เพราะพี่ป่วยเป็นโรค SLE ลงข้อ ลงเส้นเอ็น ป่วยมาตั้งแต่อายุ 30 กว่า ไปรักษาก็ไม่หาย ก็กลับมารักษาด้วยสมุนไพรดูแลสุขภาพ เพราะโรคนี้เป็นแล้วไม่หาย แต่ก็ประคองอาการไว้ เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้วคือพี่เดินไม่ได้ รักษาจนเดินได้ ตอนนี้เริ่มจะเดินไม่ค่อยไหวอีกแล้ว ปวดเอว ปวดเข่า ปวดหลัง ถามใจว่าอยากเล่นละครอีกไหม ก็อยากนะ แต่เดินนั่งก็ยังลำบาก ใส่สันสูงได้แป็บเดียว พูดนานๆ ก็เสียงหาย เพราะเคยเส้นเสียงอักเสบ น้ำหนักขึ้นมา 10 กิโลฯ เพราะช่วงโควิดทำแต่กับข้าว ทำขนมปังกินเองเพราะพี่ตู่ชอบกิน

ทุกวันนี้พี่ทำงานทำจนรู้สึกว่าชีวิตไม่มีอะไรน่าสนใจ ที่ตัดสินใจให้สัมภาษณ์กับ Howe เพราะปีนี้พี่ตู่อายุจะครบ 70 ปี พี่ก็จะเข้า 59 ปี ก็เกือบแซยิดพอดี ปกติจะให้สัมภาษณ์ทุก 5 ปี 10 ปี ปีนี้ถือเป็นโอกาสพิเศษ และตั้งใจจะลดน้ำหนัก เพราะปีหน้าว่าจะถ่ายชุดว่ายน้ำกับน้องๆ นางงาม อย่างฮันนี่ (ภัสสร บุณยเกียรติ) อย่างเอ็ด (ศุภรานันท์ พันธ์ชูจิตร) ว่าจะถ่ายกัน 4 คน เรามีช่างภาพเป็นพี่บี (ธีรพงศ์ เหลี่ยวรักวงศ์) ก็ไม่รู้ว่าจะผอมทันกันไหม (หัวเราะ) พี่ชอบหาอะไรทำไปเรื่อยๆ

“มุมมองชีวิตคู่พี่ไม่มีบรรทัดฐาน เราไม่มีนิยามว่ามันคืออะไร สำหรับพี่การเลือกคู่พี่จะเลือกคนดี อยู่กับคนดีจะทำให้เราสบายใจ ชีวิตคู่คือการแบ่งปัน ดูแลกันและกัน และต้องเสมอภาคกันถึงอยู่ด้วยกันได้”

Howe : คิดจะวางมือ เกษียณอายุกันไหมคะ

อาตู่ : อาชีพนี้ไม่มีเกษียณหรอก

พี่นุช : ทำกันจนวันตาย

อาตู่ : อาชีพนี้มันฝังอยู่ในจิตวิญญาณ ทำแล้วเลิกไม่ได้

Howe : พี่นุชเอาชนะกับความเจ็บป่วยอย่างไรคะ

พี่นุช : เวลาป่วย หน้ามืด ใจสั่น อาการแย่ พี่ก็จะบอกพี่ตู่ว่าอย่าพาไปโรงพยาบาลนะ จะตายแล้ว (หัวเราะ) อยากตายที่บ้าน ตั้งใจแบบนั้น สุขภาพมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ ถ้าถามว่าอยู่เพราะทำใจได้หรือเพราะใจสู้ ก็ต้องบอกว่าใจสู้กับทำใจได้มันไม่เหมือนกัน มันต้องทำใจให้ได้ก่อน แล้วค่อยถามตัวเองว่าจะสู้หรือไม่สู้ ถ้าไม่ไหวก็ต้องตาย พอจะตายจริงๆ มันก็กลัว เราก็ต้องพยายามทำใจ ทำใจได้แล้วเราก็จะหาวิธีว่าจะสู้ สู้อย่างไรให้ชนะ

Howe : แล้วอาตู่รับมือกับปัญหาในชีวิตอย่างไรคะ

อาตู่ : สำหรับอาคงใช้ความคิด ใช้ความนิ่ง เต้นแร้งเต้นกาก็ไม่มีประโยชน์ ยิ่งเต้นมันยิ่งแย่ ด้วยความที่เป็นคนใจเย็น ก็จะใช้เวลาคิดตรึกตรอง ประมวลเหตุการณ์ บางทีก็คิดไม่ออก ก็ต้องรอเวลา เป็นผู้กำกับใจร้อนไม่ได้หรอก ทีมงานจะแย่หมด

พี่นุช : ส่วนพี่เป็นคนใจร้อนมาก งานที่รับผิดชอบจะใจเย็นไม่ได้ทุกอย่างต้องเร็ว เพราะพี่เป็นคนที่ทำให้งานทั้งหมดเดินไปข้างหน้าบางทีต้องเร่งคนเขียนบท ถ้าใจเย็นงานมันก็ข้า ฉะนั้นต้องคิดเร็ว ทำเร็ว พี่ตู่ก็ไม่ได้ข้ามาก แต่รอบคอบกว่า แต่พี่เป็นพวกถางที่ เอาเร็วไว้ก่อน

Howe : ดูเป็นคู่ที่มีความแตกต่างกันมาก

พี่นุช : ต่างกันมากกกกก (หัวเราะ)

อาตู่ : ก็เหนื่อย (ยิ้ม) แต่คนมีคู่ไม่มีคู่ไหนที่ไม่ทะเลาะกัน เป็นไปไม่ได้ คู่เราส่วนใหญ่ก็จะทะเลาะเรื่องงาน คุยจบก็คือจบ

พี่นุช : ไม่เคยทะเลาะเรื่องส่วนตัวเลยนะ พอไม่มีงานก็ชวนกันไปกิน ไปเที่ยว

อาตู่ : ยิ่งเรื่องกินนี่ไม่เคยทะเลาะกัน เพราะชอบกินเหมือนกัน

พี่นุช : เรื่องไร้สาระเราจะไม่ทะเลาะกัน แต่ทะเลาะกันก็ไม่ได้รุนแรงอะไร พี่จะชอบโวยวาย พี่ตู่เขาสุภาพ

อาตู่ : คือพูดไม่ทัน

พี่นุช : (หัวเราะ) มันเลยเป็นมุมมองชีวิตคู่พี่ไม่มีบรรทัดฐาน เราไม่มีนิยามว่ามันคืออะไร สำหรับพี่การเลือกคู่พี่จะเลือกคนดี คนเก่ง คนรับผิดชอบต่อสังคม คุณแม่พี่จะสอนให้เลือกคนดี คนที่สุภาพเรียบร้อยมุมมองอื่นเราไม่มี เรามองหาแต่คนดี อยู่กับคนดีจะทำให้เราสบายใจ เพราะชีวิตคู่คือการแบ่งปัน ดูแลกันและกัน และต้องเสมอภาคกันถึง
อยู่กันได้

Howe : สำหรับอาตู่ละคะ

พี่นุช : จำยอม (หัวเราะ)

อาตู่ : ถูกเอาปืนขู่ (หัวเราะ) ก็บอกไม่ถูกหรอกครับว่าทำไมมันถึงคลิกกับเขา ก็อยู่กันมาเรื่อยๆ จนตอนนี้ก็ 20 กว่าปีแล้ว ถามถึงสเปกสาวที่ชอบก็ไม่มีครับ มันเป็นช่วงของจังหวะเวลาที่ได้อยู่ใกล้ชิดกัน เราได้คุยกัน ได้ไปไหนด้วยกัน มันก็ต่อเนื่องมาเรื่อยๆ ตอนนั้นเล่นละครด้วยกันหลายเรื่อง ได้รู้จักกันก็เริ่มสนใจอยากรู้ว่าเขาคิดอะไรยังไง มีเป้าหมายชีวิตแบบไหนถามว่าชอบผู้หญิงแบบนี้ไหม (หันไปมองหน้าภรรยา) บางครั้งก็ไม่ค่อยชอบเพราะเขาเป็นคนเร็วไปนิดหนึ่ง แต่เขาก็มีความน่ารักอย่างอื่น ทำกับข้าวเก่งทำอาหารให้กิน กินเก่ง ไม่ห่วงสวย และเขาเป็นคนดูแลคนอื่นได้ดีมาก

พี่นุช : พี่นวดให้พี่ตู่จนมือพัง ไม่ได้โม้นะ พี่ตู่บอกว่าเอาหมอนวดมานวดไม่สะใจ พี่ไปเรียนนวดแผนไทยมาเลย รู้ความลับว่าทำไมหนูนวดป๊ะปี๊ถึงสบาย เพราะหมอนวดเขานวดเอาที่ตัวเขาสบาย แต่เรานวดให้คนที่ถูกนวดสบาย แต่เราจะไม่สบาย มันเป็นการนวดที่ไม่มีหลักการ เพราะพี่ตู่จะไม่ชอบนวดตามสเต็ป แต่ชอบนวดเน้นที่อยากให้นวด มือได้น้ำหนัก ตอนนี้นวดไม่ไหวก็เปลี่ยนมาสระผมแทน พี่ชอบทำให้เพราะพี่สนุก ตอนนวดพี่ก็สนุก ถ้าไม่สนุกพี่ก็ไม่ทำ

อาตู่ : สมัยอาอยู่กองทำงานเยอะมาก เดินเยอะ หกโมงเข้าถึงห้าทุ่มเดินตลอด มันจะเมื่อยมาก พอมาเจอหมอนวดที่นวดแบบ…กลับไปเถอะ มันไม่หายเมื่อยเลย แต่พี่นุชเก่งมาก เขาจะรู้จุด น้ำหนักคือดี

พี่นุช : พี่ก็ชอบที่จะทำให้ นวดให้เพราะสนุก เห็นเขาเหมือนตุ๊กตา เคยตัดผมให้ พี่ตู่เข็ด บอกไม่เอาแล้ว เพราะตัดแล้วผมแหว่งไงคะ ก็หันมาสระแทนปูที่นอนต้องตึงเปรี้ยะ บ้านเราเล็กๆ แต่ต้องสะอาด

อาตู่ : สะอาดจนเป็นโรคจิตเลย อะไรนิดก็ไม่ได้ นั่นก็ไม่ได้ สะอาดจนเด็กลาออก เปลี่ยนแม่บ้านทุก 2 เดือน

พี่นุช : พี่ไม่ได้แพ้ฝุ่นนะ เพราะพี่นอนกับแมว ออฟฟิศพี่ตอนนี้พี่ว่าก็สกปรกแล้ว แต่คนอื่นบอกสะอาด (หัวเราะ) พี่ชอบกลิ่นความสะอาด ชอบดูแลพี่ตู่ ทำทุกอย่างเพราะเรารักเขา แต่อย่าถามเพราะอะไร แค่รู้สึกว่าผู้ชายคนนี้เราชอบ

Howe : เรื่องความหล่อเกี่ยวไหมคะ

พี่นุช : พี่ว่าเขาไม่หล่อ พี่เองก็ไม่สวยเลยนะ พี่เคยถามนะ “ป๊ะปี๊ทำไมเราไม่หล่อไม่สวยกันเลยนะ” เป็นนางงามที่ไม่สวยเป็นนางเอกก็ไม่สวย ตาเล็ก ขาเล็ก (หัวเราะ)

อาตู่ : ในยุคนั้นอาเป็นพระเอกที่หล่อน้อยที่สุดในประเทศแล้ว พระเอกคนอื่นเขาหล่อกว่าหมดเลย แต่อามีความสามารถสร้างเสน่ท์บนจอจนคนดูรักได้ ก็ได้เป็นพระเอกมาเรื่อยๆ

พี่นุช : ตอนที่อาตู่เล่นเป็นคุณออดเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ตอนนั้นพี่อายุ 15 นั่งดูละครกับคุณยายแล้วชมคนที่เป็นเป็นคุณอ็อดน่ารักเนอะ คุณยายบอกว่าไม่เห็นน่ารักเลย ฟันโขยกเขยก ไม่เห็นหล่อเลย ฉัตรชัย (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) ยังหล่อกว่าอีก พี่ก็ขำ ที่บ้านพี่ไม่เคยเห็นอาตู่หล่อเลย

Howe : เราก็ต้องยอมในความหล่อของพี่นกนะคะ

อาตู่ : (หัวเราะ) คนนั้นเขาหล่อมาก

พี่นุช : แต่อาตู่ก็มีเสน่ห์ในแบบที่พี่ชอบ อยู่ด้วยแล้วมีความสุข ฉะนั้นชีวิตคู่เราเลยไม่ต้องมีนิยาม ไม่ต้องมีเคล็ดลับการครองเรือน แค่เราเข้าใจกันก็พอแล้ว

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.