“ฉัตรชัย ศิริไล” ใช้ชีวิตเรียบง่าย แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง

0
287

การกลับมานั่งเก้าอี้กรรมการผู้จัดการธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เป็นวาระที่ 2 ของผู้บริหารหนุ่มไฟแรงอย่าง “คุณฉัตรชัย ศิริไล” นั้น ถือเป็นเครื่องการันตีถึงฝีไม้ลายมือได้เป็นอย่างดี ด้วยผลงานและพันธกิจที่มีความมุ่งมั่นที่นำพาธุรกิจของ ธอส. ให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

ทำให้วันนี้ ธอส. กลายเป็นแบรนด์ธนาคารสินเชื่อบ้านอันดับต้นๆที่คนไทยนึกถึง รวมทั้งด้วยประสบการณ์ที่เดินอยู่ในแวดวงธนาคารมายาวนานกว่า 22 ปี ทำให้เขากลายเป็นผู้บริหารแนวหน้า และเป็นกูรูด้านอสังหาริมทรัพย์ที่ได้การยอมรับ อย่างไรก็ตามแม้งานที่รับผิดชอบจะหนักหนาสากรรจ์แค่ไหน แต่เขาก็ไม่เคยเครียด ไม่เคยท้อถอย เพราะเชื่อว่าการตั้งใจทำอะไรอย่างเต็มที่จะช่วยให้ทุกอย่างไปถึงจุดหมายที่วางไว้ เขาบอกกับเราว่า ชีวิตไม่ใช่เรื่องยาก หากทุกคนรู้หน้าที่และลงมือทำให้มันเป็นรูปธรรม ภายใต้การปรับตัวอย่างชาญฉลาด

“ผมเชื่อเสมอว่า ถ้าเรามีโอกาสจงอย่าปล่อยโอกาสและจงลงมือทำทำทุกอย่างที่อยากทำอย่างเต็มศักยภาพ คนทุกคนถ้าอยากก้าวหน้า อย่าไปแข่งขันกับใคร ให้แข่งขันกับตัวเอง ต้องรู้จักตัวเอง พัฒนาตัวเอง แต่แค่นั้นยังไม่พอ เราจะต้องทำงานอย่างตั้งใจ ทำให้เต็มความสามารถ ถ้าตั้งใจทำเต็มที่ ความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้ไม่ยากเลย ผมมองว่าความสำเร็จของธุรกิจไม่ใช่แค่ว่าต้องมีคนเก่ง คนตั้งใจ แต่เรื่องทีมเวิร์กก็เป็นสิ่งสำคัญ ทุกวันนี้ ธอส. มีผู้ปฏิบัติงานกว่า 5,000 คน ถ้ามีแค่ผมคนเดียวคิดและวางแผนนโยบาย งานมันก็คงไม่ Success แต่ถ้าพนักงานทุกคนร่วมมือ ตั้งใจทำงาน รับรองว่าเราจะพา ธอส. เดินหน้าตามพันธกิจที่วางไว้ได้อย่างแน่นอน ความสำเร็จมันเกิดขึ้นได้แน่นอน”

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาธุรกิจของ ธอส. เติบโตขึ้นทุกปี หากเทียบจากปี 2558 จนถึง ณ สิ้นปี 2562 พบว่าสินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นจาก 900,223 ล้านบาท เป็น 1,245,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 38.37% สินเชื่อคงค้างเพิ่มขึ้นจาก 862,832 ล้านบาท เป็น 1,209,264 ล้านบาท ครองส่วนแบ่งการตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยคงค้างเป็นอันดับ 1 เพิ่มขึ้นจาก 27.76% เป็น 29.33% กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจาก 8,700 ล้านบาท เป็น 13,253 ล้านบาท โดยมีหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ลดลงอย่างต่อเนื่องจาก 5.45% ของสินเชื่อรวม ลดลงเหลือเพียง 4.09% และล่าสุด ณ สิ้นเดือนกันยายน 2563 แม้เป็นปีที่ปัญหาการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจในวงกว้างทั่วโลก รวมถึงในประเทศไทยด้วย แต่ ธอส. ก็ยังคงสามารถปล่อยสินเชื่อใหม่ได้มากถึง 155,980 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 4.90% โดยมีสินเชื่อคงค้างที่ 1,283,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก ณ สิ้นปี 2562 จำนวน 6.18% ขณะเดียวกันยังช่วยเหลือแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายให้กับลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ผ่าน 10 มาตรการเพื่อรักษาบ้านให้ยังคงเป็นของลูกค้าต่อไปได้จำนวนมากกว่า 4 แสนบัญชี”

“ซึ่งความร่วมมือและการทำงานภายใต้พันธกิจที่เราวางไว้ ทำให้ที่ผ่านมา ธอส. ได้รับรางวัลรัฐวิสาหกิจดีเด่น ประจำปี 2562 โดยสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) ซึ่ง ธอส. ได้รับ 3 รางวัล ได้แก่ รางวัลผู้นำองค์กรดีเด่น รางวัลที่ 2 คือ รางวัลรัฐวิสาหกิจยอดเยี่ยม โดยทั้ง 2 รางวัล ธอส. ได้รับเป็นครั้งแรก ถือเป็นรางวัลเกียรติยศขององค์กร อีกหนึ่งรางวัลคือรางวัลชมเชย ประเภทรางวัลความร่วมมือเพื่อการพัฒนาดีเด่น ด้านการยกระดับการบริหารจัดการองค์กร รวมถึงรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (ITA) ที่ 1 ถึง 4 ปีซ้อน โดยสำนักงาน ป.ป.ช. และล่าสุดเรายังได้รับรางวัลคุณภาพแห่งชาติ Thailand Quality Award (TQA) ซึ่งไม่เคยมีหน่วยงานใดได้รับรางวัลมาตั้งแต่ปี 2554 จนกระทั่งปี 2562 ธอส. ได้รับรางวัลที่สะท้อนให้เห็นกระบวนการบริหารจัดการขององค์กรทัดเทียมระดับมาตรฐานโลก โดยสำนักงานรางวัลคุณภาพแห่งชาติ”

“สำหรับปีนี้จากสถานการณ์โควิด-19 ที่เกิดขึ้น จะบอกว่า ธอส. ไม่ได้รับผลกระทบก็คงไม่ได้ แต่ถือว่ากระทบน้อยมาก เพราะกลุ่มลูกค้าวงเงินหลักแสน หลักล้าน ชะลอไม่ซื้อบ้าน ทำให้ลูกค้ากลุ่มนี้หายไป ขณะที่กลุ่มลูกค้าที่มีรายได้ประจำ มีเงินเก็บ ก็เล็งเห็นถึงโอกาสซื้อบ้านเพื่อสร้างความมั่นคงในอนาคตเพราะดอกเบี้ยเงินกู้ถูก ราคาอสังหาริมทรัพย์ถูก ก็เข้ามาซื้อเพิ่ม และกลุ่มนี้ก็มีวงเงินในการกู้ที่สูงกว่า ทำให้ยอดสินเชื่อของธนาคารไม่ลดแบบฮวบฮาบ จริงๆ ยอดเงินกู้ก็ใกล้เคียงกับเป้าที่เราวางไว้ สำหรับผม ผมชอบทำงานในรัฐวิสาหกิจนะ เงินที่เราทำคือส่งกระทรวงการคลัง และมันก็ท้าทายเพราะมีอะไรให้ทำตลอด ทำแบบที่เราเต็มใจทำ”

“ทุกวันนี้ผมสนุกกับงานนะ สนุกคือมีอะไรให้ทำ เดือนหนึ่งผ่านไปเร็วมาก ถามว่าเหนื่อยไหม เหนื่อย แต่เหนื่อยแบบสนุกและมีความสุข ทำงานจนถึงเวลาขึ้นเตียงหลับไปโดยไม่มีอะไรคาในหัว แล้วพรุ่งนี้ก็พร้อมจะไปทำงานต่ออย่างเต็มที่ ไม่รู้สึกกดดันอะไร ความเป็นกรรมการผู้จัดการมันแค่หัวโขน เราต้องทำงานแบบเข้าใจงานตัวเอง เข้าใจลูกน้อง เข้าใจองค์กร อย่าไปอยาก อย่าไปคาดหวังในสิ่งที่มันเปลี่ยนแปลงได้ยาก อย่าเอาตัวเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น แต่ทำในสิ่งที่เป็นรูปธรรมได้ ถ้ามีปัญหาก็แก้ ปัญหามีไว้แก้ ไม่ใช่มีไว้หนี วิธีแก้ปัญหามี 3 แบบคือ แก้เดี๋ยวนั้น รอสักพักค่อยแก้ หรือไม่ต้องแก้ ถึงเวลามันก็หายเอง แก้ไม่ได้อย่าไปกังวล ความเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติ ทุกวันนี้คนอยู่รอดคือคนที่รู้จักปรับตัว ปรับตัวแบบฉลาด คิดล่วงหน้า คิดอย่างรอบคอบ ทรัพยากรเวลาเป็นสิ่งที่เอาคืนไม่ได้ ฉะนั้นต้องใช้มันทำสิ่งที่คุ้มค่าที่สุด”

“ถ้าถามผมว่าเป็นคนสไตล์ไหน ผมว่าผมเป็นคนพูดตรงๆ ใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่ยึดติด วันหยุดผมก็ใส่เสื้อยืดที่ใส่นอนกับกางเกงขาสั้นไปเดินตลาด เสื้อนอนตัวเก่งกับผ้าขี้ริ้วก็สีใกล้เคียงกัน (หัวเราะ) ตอนนอนผมก็มีหมอนเน่าใบโปรด มีเวลาหลังเลิกงานหรือเช้าวันหยุดก็จะไปวิ่งออกกำลังกายแถวบ้านไปเรื่อยๆ จนทุกวันนี้ทำ SUB1 (วิ่งในระยะทาง 10 กิโลเมตรภายในเวลาต่ำกว่า 1 ชั่วโมง) ได้แล้ว (หัวเราะ) มันคือชีวิต มันคือเรื่องธรรมดา ส่วนเรื่องตำแหน่ง อยากให้มองว่ามันเป็นหัวโขน มันมีจุดเริ่มต้นและมีจุดสิ้นสุด ถ้าถามว่าเป็น Workaholic ไหม เป็น Perfectionist ไหม ผมว่าทุกอย่างที่ทำผมมันคือความปกติ ผมให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด เห็นถึงข้อบกพร่องของสิ่งรอบตัว ใครมาขยับของคือรู้ แต่อาจจะไม่พูด ไม่รู้ว่าเรียกเป๊ะไหม แต่ Definition สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าไม่ปกติ ความปกติของแต่ละคนอาจไม่เหมือนกัน ผมชอบใช้ชีวิตง่ายๆ ไม่เคยวางแผน พรุ่งนี้ยังไม่รู้จะตื่นหรือเปล่า ผมใช้ชีวิตแบบวันต่อวัน มี Milestone ใหญ่ๆ ไว้หน่อย ทุกอย่างคือปรับได้ ชีวิตผมไม่มีคำว่าทำไม เพราะผมมีคำตอบให้กับทุกอย่าง ทำให้ผมเข้าใจคนอื่น แม้คนอื่นจะไม่เข้าใจผม ผมก็ไปบังคับไม่ได้ อย่าไปแคร์สายตาคนอื่น อย่าไปเอาคำพูดคนอื่นมาทำให้วิถีชีวิตเราเปลี่ยน”

“ความเป็นตัวตนของผมมันคือการเรียนรู้ ประสบการณ์ และวิธีคิดที่หล่อหลอมผมมาตั้งแต่เด็กๆ ผมชอบต่อจิ๊กซอว์ ชอบอยู่คนเดียว การต่อจิ๊กซอว์ทำให้เราจำแม่น การอยู่คนเดียวทำให้เรามีเวลาคิด สาขาวิชาที่เรียนก็ทำให้เราคิดอย่างมีระบบ ถ้าถามผมว่ามีใครเป็นไอดอลไหม ผมตอบเลยว่าไม่มี เพราะไม่มีใครเลียนแบบใครได้หรอก เราเห็นชีวิตเขาแค่ 3 ชั่วโมง อีก 21 ชั่วโมงที่เหลือก็ไม่เคยเห็น ชีวิตเขากับชีวิตเรา บริบทหรือสภาพแวดล้อมก็ไม่เหมือนกันแล้ว อย่าพยายามเป็นคนอื่น จงเป็นตัวของตัวเอง พัฒนาศักยภาพตัวเอง คิดดี ทำดี ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดและรอบคอบก็เท่านั้นเอง”

สั่งจองนิตยสาร Howe โดยไม่ต้องรอหาตามแผงสั่งได้ที่
Line : Howemagazine
  Fanpage : Howemagazine
รายละเอียดการสั่ง (คลิ๊ก)

  อ่านนิตยสาร Howe Magazine ออนไลน์ได้ที่

Ookbee-Logo
LOGO-MEB-2017
Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.