สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯร่วมกับพม. จัดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569″ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”

0
48

สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ฯร่วมกับพม. จัดงาน “วันสตรีไทย ประจำปี 2569”
ภายใต้แนวคิด “แม่หลวงของแผ่นดิน สถิตถิ่นทิพย์วิมาน สตรีไทยตั้งปณิธาน สานต่องานศิลป์แผ่นดิน”

เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม 2569 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน วันสตรีไทยประจำปี 2569 ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและ การประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี พร้อมทั้งพระราชทานเข็มเชิดชูเกียรติแก่สตรีไทยดีเด่น 156 คน และพระราชทานเกียรติบัตรแก่เยาวสตรีไทยดีเด่น 15 คนจากทั่วประเทศ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้แก่สตรีไทยและสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ อย่างยิ่ง

นอกจากนี้ สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯร่วมกับกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) จัดงานวันสตรีไทยประจำปี 2569 เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานให้วันที่ 1 สิงหาคมของทุกปีเป็นวันสตรีไทย พร้อมทั้งพระราชทานแนวพระราชดำริเกี่ยวกับหน้าที่สำคัญของสตรีไทย 4 ประการ ได้แก่ 1.พึงทำหน้าที่ของแม่ให้สมบูรณ์ 2.พึงทำหน้าที่ของแม่บ้านให้สมบูรณ์ 3.พึงรักษาเอกลักษณ์ของความเป็นสตรีไทย และ4.พึงฝึกฝนตนเองให้มีความรู้ความสามารถยิ่งขึ้น เพื่อเป็นหลักยึดในการดำรงตนและการพัฒนาศักยภาพของสตรีไทยมาอย่างต่อเนื่อง

สำหรับการจัดงานในปีนี้ ยังเป็นการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่10 เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา 28 กรกฎาคม และเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เนื่องในพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ ในวันทึ่ 3 มิถุนายน เพื่อเป็นการตอกย้ำบทบาทของสตรีไทยในฐานะพลังสำคัญในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม การพัฒนาเศรษฐกิจ และการร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่ความยั่งยืน

นางลาลีวรรณ กาญจนจารี ประธานสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ กล่าวว่า การจัดงานวันสตรีไทยในปีนี้ นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน นำความปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณมาสู่คณะกรรมการ สมาชิกองค์กรสตรี และสตรีไทยทั่วประเทศ

อย่างไรก็ตาม หนึ่งในภารกิจสำคัญที่สภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ดำเนินการอย่างต่อเนื่องคือ การพิจารณาคัดเลือกสตรีไทยดีเด่นและ เยาวสตรีไทยดีเด่น เพื่อยกย่องผู้มีความรู้ ความสามารถ ความประพฤติดี และสร้างคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและสังคม อันเป็นแบบอย่างที่ดีแก่สตรีและเยาวชนไทย โดยในปีนี้มีผู้ได้รับการคัดเลือกเป็นสตรีไทยดีเด่น  156 คนและเยาวสตรีไทยดีเด่น 15 คน

นอกจากนี้ทางสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ ได้จัดนิทรรศการ “70 ปี สภาสมาคมสตรีแห่งชาติ ในพระบรมราชินูปถัมภ์” เพื่อถ่ายทอดบทบาทและภารกิจในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทยทั้งในประเทศและเวทีนานาชาติ ควบคู่กับนิทรรศการเชิดชูเกียรติสตรีไทยดีเด่นและเยาวสตรีไทยดีเด่น รวมถึงการสาธิตภูมิปัญญาไทย อาทิ การร้อยมาลัย การแกะสลัก และนาฏศิลป์ไทย

สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ผู้ร่วมงานยังสามารถเลือกชมและอุดหนุนผลิตภัณฑ์โอทอประดับ 4-5 ดาว ซึ่งคัดสรรจากเครือข่ายสตรีทั่วประเทศ  ผลิตภัณฑ์จากมูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง มูลนิธิสายใจไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ร้านโกลเด้น เพลซ และผลิตภัณฑ์ของสภาสมาคมสตรีแห่งชาติฯ เพื่อร่วมสืบสานภูมิปัญญาไทย สร้างอาชีพ และยกระดับคุณภาพชีวิตของสตรีเพื่อสืบสานพระราชปณิธานในการส่งเสริมศักยภาพสตรีไทย อนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทย และสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อให้สตรีไทยเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน

นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า กิจกรรมที่ได้รับความสนใจคือ การจัดแสดงผลงานด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ การอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทยและการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่นจากทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งสะท้อนพระราชปณิธานในการส่งเสริมบทบาทของสตรีไทย โดยรวบรวมองค์ความรู้และงานฝีมืออันทรงคุณค่าไว้ในที่เดียว อาทิ การปักแซว จ.ศรีสะเกษ การสาธิตการทอผ้าไหมมัดหมี่พิมาย จ.นครราชสีมา ผ้าทอไทลื้อ จ.เชียงราย เครื่องแต่งกายชนเผ่าเมี่ยน จ.กำแพงเพชร และผ้าบาติกลวดลายร่วมสมัยของกลุ่มบางลางบาติก จ.ยะลา ซึ่งสะท้อนการต่อยอดภูมิปัญญาท้องถิ่นสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในยุคปัจจุบัน

นอกจากนี้ ยังมีผลิตภัณฑ์จากศูนย์เรียนรู้การพัฒนาสตรีและครอบครัวทั่วประเทศ และร้าน “ทอฝัน by พม.” ซึ่งเป็นผลสำเร็จของการส่งเสริมและพัฒนาทักษะอาชีพให้แก่สตรี ครอบครัว และประชาชนกลุ่มเปราะบาง จนต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม

นายนิกรกล่าวทิ้งท้ายว่า การจัดงานวันสตรีไทยประจำปีนี้ เป็นอีกวาระสำคัญที่เปิดโอกาสให้สตรีไทยได้ตระหนักถึงคุณค่า ศักยภาพ และบทบาทของตนเองในฐานะกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ พร้อมเชิญชวนทุกภาคส่วนร่วมกันส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างหญิงและชาย เคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ ยุติความรุนแรงทุกรูปแบบ และเปิดโอกาสให้ผู้หญิงได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจและแสดงศักยภาพอย่างเท่าเทียมในทุกระดับของสังคม



Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.