MIDO จัดงาน MIDO Novelties 2026 Preview & New Collection Launch เผยโฉม “Multifort 8 One Crown”ครั้งแรกในไทย พร้อมพรีวิวเรือนเวลาน่าสะสมประจำปี 2026 สำหรับคนรักนาฬิกาตัวจริง

0
40

ถูกใจเหล่าคนรักนาฬิกา! เมื่อ มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาหรูจากประเทศสวิตเซอร์แลนด์ สร้างปรากฏการณ์แห่งเรือนเวลาครั้งยิ่งใหญ่กับงาน MIDO Novelties 2026 Preview & New Collection Launch ที่พร้อมนำเสนอเรือนเวลาคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุดแห่งปี นำโดย ตุลพร วัฒนาศรมศิริ ผู้อำนวยการแบรนด์ มิโด (MIDO) ประเทศไทย ซึ่งการจัดงานในครั้งนี้ได้ตอกย้ำภาพลักษณ์ความแข็งแกร่งของ มิโด (MIDO) หลังจากสร้างการกล่าวถึงครั้งสำคัญด้วยการประกาศเปิดตัว “อีจงซอก” (Lee Jong-Suk) นักแสดงแถวหน้าจากเกาหลีใต้ ขึ้นแท่นแบรนด์แอมบาสเดอร์คนใหม่อย่างเป็นทางการ สะท้อนทิศทางของแบรนด์ที่ผสานความร่วมสมัยเข้ากับความเชี่ยวชาญด้านเรือนเวลาอย่างลงตัว

สำหรับเรือนเวลาที่มาอวดโฉมภายในงานนี้ มีไฮไลต์เด่นคือคอลเลกชั่น มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทย และเป็นคอลเลกชั่นที่ต่อยอดความสำเร็จมาจาก มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crown) ในปีที่ผ่านมา พร้อมยกระดับแนวคิดการออกแบบไปอีกขั้นภายใต้คอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY การหลอมรวมระหว่างเทคโนโลยี (Technology) และรูปทรงเรขาคณิต (Geometry) ถ่ายทอดออกมาเป็นเรือนเวลาที่แม่นยำ แข็งแกร่ง และเปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์ อีกทั้งยังมีคอลเลกชั่น คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday), มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท (Multifort TV Big Date), โอเชี่ยนสตาร์ จีเอ็มที (Ocean Star GMT) และ มัลติฟอร์ท 8 โครโนกราฟ ควอตซ์ (Multifort 8 Chronograph Quartz) ที่มาอวดโฉมให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ยลโฉมกันอย่างใกล้ชิด โดยในงานได้รับเกียรติจากนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ มาร่วมถ่ายทอดสไตล์อันโดดเด่นผ่านเรือนเวลาหรู มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) ในครั้งนี้ด้วย

มิโด (MIDO) แบรนด์นาฬิกาที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ จอร์จ แชแรน (GEORGES SCHAEREN) เริ่มก่อตั้งบริษัท MIDO G.SCHAEREN & CO. AG ขึ้นที่เมืองโซโลธูร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตั้งแต่ ค.ศ. 1918 ภายใต้ปรัชญาของการสร้างสรรค์แบรนด์ให้อยู่เหนือกาลเวลาด้วยแนวคิดการออกแบบที่ร่วมสมัย ผ่านการคัดเลือกวัสดุคุณภาพเยี่ยมที่มีความหรูหรา ทนทาน และยังคงไว้ซึ่งฟังก์ชันการใช้งานที่ครบถ้วน 

ตุลพร วัฒนาศรมศิริ ผู้อำนวยการแบรนด์ มิโด (MIDO) ประเทศไทย  กล่าวถึงวัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้ว่า “งานนี้จัดขึ้นเพื่อถ่ายทอดทิศทางของมิโด (MIDO) ในปี 2026 ทั้งด้านการออกแบบและนวัตกรรม พร้อมเปิดประสบการณ์ให้เหล่าคนรักนาฬิกาได้ใกล้ชิดกับเรือนเวลาน่าสะสมแห่งปี ก่อนใคร ไฮไลต์สำคัญคือ มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) เรือนเวลารุ่นล่าสุดที่พัฒนาต่อยอดจาก มัลติฟอร์ท 8 ทู คราวน์ (Multifort 8 Two Crown) และยกระดับแนวคิดการออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ TECHNOMETRY การผสานเทคโนโลยีเข้ากับเส้นสายเรขาคณิตอย่างลงตัว ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของมิโด (MIDO) ที่ให้ความสำคัญกับความแม่นยำ ดีไซน์ร่วมสมัย และการใช้งานจริงในทุกวัน”

สำหรับไฮไลต์ของปีอย่าง มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) ยังคงโดดเด่นด้วยกรอบตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ขนาด 40 มิลลิเมตร ผ่านการขัดซาตินสลับขัดเงาอย่างประณีต ให้ความรู้สึกแข็งแกร่งแต่ยังคงความสง่างาม หน้าปัดสีฟ้าสดใสช่วยสะท้อนมิติของแสงและเงา เสริมลูกเล่นด้วยลวดลายเส้นแนวนอนที่สร้างมิติของพื้นผิวอย่างกลมกลืน ขอบแสดงนาที (Flange) ด้านในช่วยเพิ่มความแม่นยำในการอ่านค่าเวลา เข็มชั่วโมงและเข็มนาทีผ่านการขัดซาตินและขัดเงา พร้อมเคลือบสารเรืองแสงซูเปอร์มิโนวา (Super-luminova®) สีขาวเพื่อการมองเห็นที่ชัดเจนในทุกสภาพแสง ขณะที่เข็มวินาทีถูกขัดเหลี่ยมเพชรอย่างประณีต เสริมความหรูหราให้กับรายละเอียดบนหน้าปัด โดยมีช่องแสดงวันที่บริเวณตำแหน่ง 3 นาฬิกา 

อีกหนึ่งจุดเด่นสำคัญคือเม็ดมะยมแบบขันเกลียวทรงแปดเหลี่ยม ซึ่งถูกออกแบบให้สอดรับกับรูปทรงของตัวเรือนได้อย่างสมบูรณ์แบบ ถ่ายทอดอัตลักษณ์ของดีไซน์เรขาคณิตได้อย่างชัดเจน พร้อมระบบล็อกสายบานพับที่มาพร้อมปุ่มกดสองด้าน และสลักโลโก้ MIDO อย่างประณีต รวมถึงแกนสปริงสำหรับถอดเปลี่ยนสายได้อย่างรวดเร็ว และด้านหลังตัวเรือนถูกออกแบบเป็นฝาหลังโปร่งใส เผยให้เห็นการทำงานของกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ที่ได้รับการตกแต่งด้วยลวดลาย Côtes de Genève บนโรเตอร์ขึ้นลาน พร้อมสลักโลโก้ MIDO และหมายเลขประจำเรือน ครอบด้วยกระจกคริสตัลแซฟไฟร์เคลือบสารกันการสะท้อนทั้งด้านในและด้านนอก เพื่อความคมชัดในการมองเห็นกลไกภายใน และมาพร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™)  ที่ช่วยเพิ่มความเสถียรให้กับกลไก ทนทานต่อสนามแม่เหล็กและการเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิ สามารถสำรองพลังงานได้นานสูงสุด 80 ชั่วโมง และรองรับการกันน้ำลึกถึง 10 บาร์ หรือ 100 เมตร

มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) ยังมาพร้อมตัวเลือกหน้าปัดสีดำเพิ่มเติม และสายนาฬิกาให้เลือก 2 สไตล์ ทั้งสายสแตนเลสสตีลขัดซาตินที่มอบลุคทางการเรียบหรู และสายยางสีดำที่เติมกลิ่นอายสปอร์ตอย่างเต็มตัว สะท้อนแนวคิดของเรือนเวลาที่สามารถสวมใส่ได้อย่างมั่นใจในทุกโอกาส นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งดีไซน์ที่สะท้อนความหรูหราทว่าคลาสสิก ผ่านหน้าปัดสีดำบนตัวเรือนสเตนเลสสตีล โดดเด่นด้วยขอบตัวเรือนและเม็ดมะยมทรงแปดเหลี่ยมเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ พร้อมเข็มนาฬิกาและหลักชั่วโมงเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ในโทนเดียวกัน เสริมความสง่างามด้วยสายนาฬิกาสเตนเลสสตีลที่ตกแต่งข้อต่อกลางด้วยสีโรสโกลด์อย่างประณีต กลมกลืนทุกองค์ประกอบอย่างมีระดับ

นอกจากไฮไลต์ของปีแล้ว ภายในงานยังรวบรวมเรือนเวลาน่าสะสมจาก มิโด (MIDO) ไว้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น คอมมานเดอร์ ดาโทเดย์ (Commander Datoday) การตีความใหม่ของคอลเลกชั่นไอคอนิกที่สืบทอดมรดกกว่า 60 ปีของ มิโด (MIDO) ถ่ายทอดความสง่างามเหนือกาลเวลาผ่านตัวเรือนสแตนเลสสตีลทรงเอกลักษณ์ หน้าปัดขัดเงาแบบซันเรย์พร้อมขอบยกสูง โดดเด่นด้วยหน้าต่างแสดงวันและวันที่ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของคอลเลกชั่น ผสานกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ที่สำรองพลังงานได้นานถึง 80 ชั่วโมง พร้อมบาลานซ์สปริงนิวาครอง (Nivachron™) ตอกย้ำความแม่นยำและความทนทานในการใช้งานระยะยาว

ถัดมาที่ มัลติฟอร์ท ทีวี บิ๊ก เดท (Multifort TV Big Date) เปิดตัวรุ่นใหม่ที่เติมความหรูหราด้วยตัวเรือนและสายนาฬิกาเคลือบ PVD สีโรสโกลด์ จับคู่กับหน้าปัดสีน้ำเงินไล่เฉด และยังคงดีไซน์ทรงทีวีซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของคอลเลกชั่น มาพร้อมหน้าปัดขนาด 40 มิลลิเมตร และฟังก์ชัน Big Date ที่อ่านค่าได้ชัดเจน ผสานความสง่างามและกลิ่นอายสปอร์ตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว

คอลเลกชั่นต่อมา โอเชี่ยนสตาร์ จีเอ็มที (Ocean Star GMT) เรือนเวลาสำหรับนักเดินทางที่ออกแบบมาเพื่อการใช้งานจริง มาพร้อมฟังก์ชัน GMT สำหรับแสดงเวลา 2 โซน ทั้งเมืองต้นทางและเมืองปลายทาง ขับเคลื่อนด้วยกลไกอัตโนมัติคาลิเบอร์ 80 (Calibre 80) ที่ให้พลังงานสำรองสูงสุด 80 ชั่วโมง โดดเด่นด้วยคู่สีขาว–ดำสุดเท่ เสริมลูกเล่นด้วยเข็ม GMT และปลายเข็มวินาทีสีส้ม ซึ่งเป็นสีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความแข็งแกร่งในแบบฉบับนาฬิกาดำน้ำโอเชี่ยนสตาร์

และปิดท้ายที่ มัลติฟอร์ท 8 โครโนกราฟ ควอตซ์ (Multifort 8 Chronograph Quartz) สำหรับผู้ที่มองหาเรือนเวลาสไตล์สปอร์ตที่ใช้งานได้หลากหลาย มาพร้อมฟังก์ชันโครโนกราฟที่แม่นยำด้วยระบบควอตซ์ หน้าปัดขนาด 42 มิลลิเมตร ถ่ายทอดดีไซน์เรขาคณิตอันโดดเด่นของตระกูลมัลติฟอร์ท 8 ในรูปแบบที่เข้าถึงง่าย เหมาะสำหรับการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน

ด้านนักแสดงหนุ่มชื่อดัง เจษ-เจษฎ์พิพัฒ ติละพรพัฒน์ ได้เผยถึงเคล็ดลับการเลือกนาฬิกาเรือนโปรดตามแบบฉบับหนุ่มยุคใหม่ว่า “สำหรับเรานาฬิกาที่ดีต้องเริ่มจากการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ดีไซน์ต้องชัด มีเอกลักษณ์ แต่ก็ต้องเข้ากับหลายจังหวะของชีวิต อย่าง มัลติฟอร์ท 8 วัน คราวน์ (Multifort 8 One Crown) เรือนนี้ที่สะดุดตาตั้งแต่แรกคือดีไซน์ทรงเรขาคณิตที่ดูโมเดิร์น แข็งแรง แต่ยังคงความสุภาพ หน้าปัดฟ้าให้ความรู้สึกมีพลัง สดใส และมีมิติ ทำให้ใส่แล้วดูไม่จำเจ ไลฟ์สไตล์ของเราค่อนข้างเคลื่อนไหวตลอดเวลา ทั้งทำงาน ถ่ายซีรีส์ ออกอีเว้นท์ หรือออกไปใช้ชีวิต ทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ ดังนั้นนาฬิกาที่เลือกจึงต้องรองรับทุกบทบาทได้อย่างลงตัว อีกจุดที่ชอบคือความยืดหยุ่นของสายนาฬิกาที่สามารถปรับลุคได้ตามโอกาส ไม่ว่าจะเป็นลุคทางการด้วยสายสแตนเลสสตีล หรือลุคสปอร์ตกับสายยางสีดำ ซึ่งสะท้อนตัวตนของเราได้ดี ทั้งความจริงจัง ความคล่องตัว และความทันสมัยที่อยู่ร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบในเรือนเวลาเดียว”

#MIDOwatches #MIDOThailand #MIDONovelties2026

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.