ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ “สนุกกับงานและยอมรับในสิ่งที่มี”

0
49

แม้จะเริ่มต้นสายงานในวงการบันเทิงจากการเป็นนายแบบและพิธีกรรายการ Five Live Fresh แต่งานตรงนี้เองที่ทำให้ นิว-ฐิติภูมิ เตชะอภัยคุณ สามารถนำมาต่อยอดงานด้านอื่นๆ ในวงการบันเทิงมาได้อย่างต่อเนื่อง

“ตลอดระยะเวลา 12 ปีที่ได้ทำงานในวงการบันเทิง สำหรับนิวมองว่าเป็นการเติบโตแบบค่อยเป็นค่อยไปอาจจะไม่ได้ดังเปรี้ยงเดียวตั้งแต่งานแรก แต่ก็มีงานเข้ามาให้ทำอยู่ตลอด ตรงนี้ถือเป็นข้อดีที่ตัวผมได้มีเวลาปรับตัว ได้เรียนรู้งานในสายงานที่หลากหลายมากขึ้น”“ตอนเริ่มต้นงานในวงการผมเริ่มจากการเป็นพิธีกร สิ่งที่ได้เรียนรู้จากงานพิธีกรคือผมได้เรื่องการดำเนินรายการ ได้ทักษะด้านการสื่อสาร ก็จะได้ประสบการณ์จากตรงนั้น พอช่วงหลังเริ่มมาแสดงซีรีส์ แสดงละคร ก็เป็นอีกบทเรียนที่ได้เรียนรู้ และมีงานอีเวนต์มากขึ้นซึ่งแต่ละงานที่ได้ทำก็จะมีความหลากหลายและได้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน” แน่นอนการเป็นบุคคลสาธารณะเรื่องความเป็นส่วนตัวอาจจะมีข้อจำกัดในบางคน แต่สำหรับ นิว ฐิติภูมิ กลับมองว่า “การเป็นบุคคลสาธารณะไม่ได้เป็นข้อจำกัดสำหรับผมเลย ผมกลับรู้สึกว่าเราสามารถจะทำอะไรก็ได้ที่เป็นตัวเราเอง และอยากทำอะไรก็สามารถทำได้โดยไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อน ทุกอย่างจะอยู่บนพื้นฐานเหมือนคนอื่นทั่วไปที่ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน”

พอถามถึงเรื่องการทำงานในวงการบันเทิงยังมีงานไหนที่ยังอยากทำอยู่ไหม “ผมยังมีอีกหลายๆ งานที่อยากทำแต่ยังไม่มีโอกาสได้ลองทำ ถ้ามีโอกาสเข้ามาให้ทำก็คงจะดี ซึ่งไม่รู้เหมือนกันว่าโอกาสนั้นจะมีเข้ามาหาเราเมื่อไร ผมอยากลองเล่นหนังบู๊และยังไม่เคยได้ไปแฟชั่นวีกเลย แต่ถ้าถามว่าพึงพอใจไหมในตอนนี้ ก็คงต้องขึ้นอยู่กับช่วงเวลา ถ้าผมอายุน้อยลงกว่านี้อีกสักห้าปี ผมอาจจะมีโอกาสไปได้ไกลกว่านี้ หรือมีโอกาสเข้ามาได้มากกว่านี้ แต่ต้องยอมรับอย่างหนึ่งว่าวงการบันเทิงก็มีการพัฒนาไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา แต่ถ้ามีโอกาสเข้ามาและเป็นงานที่น่าสนใจ ทำแล้วเราได้พัฒนาตัวเองและมีความสุขในการทำ ผมก็พร้อมที่จะทำอยู่แล้ว”

“คำว่าซักเซสสำหรับผมถ้าทำแล้วมีความสุขนั่นคือซักเซส ผมรู้สึกว่าวันนั้นเราไปทำงานที่ได้รับมอบหมายแล้วเราทำออกมาได้ดี ทำให้สำเร็จแล้วเรามีความสุข แค่นี้เลยสำหรับผม ส่วนการคาดหวังผมไม่เคยคาดหวังเพราะเป็นเรื่องของอนาคตผมคิดแค่ว่าวันนี้เราทำสิ่งที่ได้รับมอบหมายมาให้เราทำตรงนั้นให้เต็มที่ก่อน”“พออายุเริ่มมากขึ้น ผมกลับรู้สึกว่าทุกอย่างไม่มีอะไรแน่นอน ทุกสิ่งทุกอย่างมีเข้ามาแล้วก็ออกไป เป็นไปตามกาลเวลา ผมเลยจะโฟกัสเรื่องของสุขภาพเป็นหลัก ทำให้สุขภาพจิตและสุขภาพกายแข็งแรง ทุกวันก็มีความสุขแล้ว ทำให้ทุกวันไม่ต้องมีเรื่องเครียด ไม่ต้องมีเรื่องโรคภัยไข้เจ็บ แค่นี้ก็สุดยอดแล้วสำหรับผม” สำหรับความกดดันเรื่องการทำงานในวงการบันเทิงเจ้าตัวยอมรับว่า “ตรงนี้ผมเข้าใจทุกคนนะ ทุกคนอยากจะมีอารมณ์ร่วมกับตัวเรา แต่จริงๆ ผมมองว่า เราเป็นตัวเองแค่นั้นก็จบแล้ว ไม่ต้องมาคิดหาวิธี เราแค่ใช้ชีวิตเป็นตัวเองเท่านั้น ส่วนผลงานหรือชีวิตของเรา คนที่ติดตามหรือคนดูเขาจะชอบหรือไม่ชอบก็เป็นสิทธิ์ของเขาที่จะตัดสิน ส่วนเรื่องการติชมตรงนี้ถ้าเป็นเรื่องที่ผมสามารถเอามาปรับปรุงและพัฒนาตัวเองผมก็น้อมรับคำวิจารณ์นั้น สุดท้ายแล้วเราเป็นตัวเราเองคือทุกอย่างจบแล้ว เพราะไม่ต้องมาคอยสร้างภาพ”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.