เพราะการทำงานในวงการบันเทิงทำให้ได้พบเจอกับผู้คนมากมาย ความหลากหลายของงานแต่ละงานที่ทำตรงนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ เต–ตะวัน วิหครัตน์ กลายเป็นนักแสดงที่มีบุคลิกและมุมมองความคิดที่ชัดเจน พร้อมที่จะเรียนรู้และพัฒนาตัวเองอยู่เสมอ
“การทำงานในสายอาชีพนี้เป็นเหมือนความโชคดีของผมอย่างหนึ่ง การได้ทำงานที่หลากหลายและได้เจอผู้คนต่างๆ ทำให้ผมได้เรียนรู้อยู่ตลอดเวลา อย่างตอนนี้ในค่ายมีมาสคอตคาแรกเตอร์น่ารักๆ ก็ถือเป็นสิ่งใหม่ๆ ที่ทำให้ผมรู้สึกเฟรชขึ้นมาก เพราะแต่ก่อนเคยฝันอยากมีมาสคอตคาแรกเตอร์ของตัวเอง เพราะส่วนตัวชอบ TATA ของ V BTSและเคยลองวาดตัวมาสคอตคาแรกเตอร์ของตัวเองไว้เป็นรูปพระอาทิตย์ แต่ก็พับโปรเจกต์ไปไม่ได้พัฒนาต่อ ตอนนี้มีโพก้าซังลูกน้อยที่มีชีวิตจิตใจ เป็นที่รักของหลายๆ คน ดีใจมากเหมือนเขามาทำให้ชีวิตผมสนุกและมีสีสันขึ้นเยอะ”
ได้เรียนรู้คนและได้เข้าใจผู้อื่นมากขึ้น “ต้องยอมรับว่าการทำงานตรงนี้ทำให้ผมพัฒนาตัวเองในเรื่องทักษะต่างๆ และมีความเข้าใจความเป็นมนุษย์เพิ่มมากขึ้นเยอะมาก งานที่ทำทุกงานเป็นงานที่ต้องทำงานร่วมกับคน นอกจากต้องใช้ความเข้าใจคนอื่นแล้วเราต้องเข้าใจตัวเองสูงด้วย อย่างการเล่นละครก็เปิดโอกาสให้เราได้เข้าไปอยู่ในโลกที่บางทีเราไม่มีทางเข้าไปถึงสังคมนั้นๆ ได้เลย ซึ่งเราก็ต้องลงไปเรียนรู้และเข้าใจถึงจะสามารถถ่ายทอดออกมาได้ หรืองานพิธีกรก็ต้องอาศัยทักษะในการสื่อสารกับคนที่หลากหลาย ทั้งหมดทั้งมวลทำให้เรารับมือกับคนได้ดีขึ้น รวมถึงมีวิธีที่จะจัดการกับอารมณ์ความรู้สึกตัวเองได้เก่งขึ้น”
การใช้ชีวิตในมุมมองของคนที่เป็นบุคคลสาธารณะ เต ตะวัน แสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ว่า “สำหรับผมส่วนใหญ่
จะเป็นเรื่องของการแสดงความคิดเห็นและการวางตัวอย่างการแสดงความคิดเห็นต่อประเด็นที่เปราะบางอ่อนไหวทางความรู้สึกหรือประเด็นที่จะทำให้เกิดความขัดแย้ง ตรงนี้จะต้องระวังและคิดให้รอบด้านมากขึ้น เพราะในโลกนี้ไม่ใช่ทุกเรื่องที่จะมีแค่ผิดกับถูก บางเรื่องเป็นเรื่องที่อ่อนไหวมากกว่านั้นและส่งผลกับคนแตกต่างกัน แม้จะเป็นเรื่องเดียวกัน หรือถูกต้องในมุมเราแต่ก็มีความถูกต้องอีกแบบในมุมคนอื่นเหมือนกัน ซึ่งผมจะพยายามไม่แสดงความเห็นกับเรื่องที่เราคิดว่าเรายังมีข้อมูลไม่พอ เพราะสิ่งที่เราให้ข้อมูลออกไปในฐานะบุคคลสาธารณะ เราต้องมีความรับผิดชอบต่อสิ่งนั้นและต้องรับความเสี่ยงมากกว่าคนทั่วไปอยู่แล้ว แต่ผมว่าข้อดีคือสอนให้ผมมองทุกอย่างในมุมที่หลากหลายรอบคอบและมีความตระหนักรู้ทางสังคม การเข้าอกเข้าใจผู้อื่นมากขึ้น”
“ทุกอย่างที่เจอในทุกวันมันหล่อหลอมให้ผมเป็นผมในทุกวันนี้ ทั้งครอบครัว เพื่อน สังคม โซเชียล ก็มีผล เข้ามาในทุกรูปแบบทั้งวิธีคิด การรับมือปัญหา มุมมองต่อโลก เหมือนเราเป็นผ้าผืนหนึ่งที่มีสีเฉพาะตัวอยู่แล้ว แล้วก็ถูกลากผ่านเส้นทางที่เราเลือกมาเรื่อยๆ จนวันนี้เป็นผ้าผืนเดิมที่เพิ่มเติมมาด้วยรอยเปื้อนรอยขาดและสีสันอื่นๆ ที่ถูกเติมมาระหว่างทาง เราต่างคือผลงานศิลปะที่มีเพียงชิ้นเดียว เป็นงานคราฟต์อันแสนประณีตที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน” ส่วนเรื่องของความสำเร็จในวันนี้ เต ตะวัน บอกว่า “ความสำเร็จเป็นเรื่องส่วนบุคคล สำเร็จในแบบของเรา ไม่ต้องเอาใจใคร แต่ก่อนผมเคยติดกับดักที่กลัวไปหมดว่าจะเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น ทั้งเรื่องภาพลักษณ์และความสำเร็จในสายงานนี้ แต่ตอนนี้ผมรู้ดีว่าผมพอใจในชีวิตตัวเองที่ระดับไหน และเมื่อถึงแล้วเรายังมีเป้าหมายไหนที่จะไปต่อ และทุกคนมีจุดนั้นที่ไม่เท่ากัน เราจะไม่เอาบรรทัดฐานของคนอื่นมาเป็นธุระในใจเราอีกครับ”



