พัฒน์ บุญนิธิพัฒน์ อีกหนึ่งผู้กำกับพันล้าน ผู้ประสบความสำเร็จทั้งเรื่องของยอดรายได้และกวาดรางวัลแทบจะทุกเวทีกับผลงานภาพยนตร์เรื่องล่าสุด หลานม่า ซึ่งถือเป็นภาพยนตร์เรื่องแรกที่จารึกในหน้าประวัติศาสตร์ว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกที่ผ่านเข้ารอบภาพยนตร์ 5 เรื่องสุดท้ายที่เข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 97 ในสาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม (97th Academy Awards: International Feature Film) พัฒน์บอกกับเราว่า รู้สึกยินดีกับความสำเร็จในครั้งนี้เป็นอย่างมาก และทุกความสำเร็จที่เกิดขึ้นก็ต้องยกให้เป็นผลงานร่วมกันกับทีมงานทุกๆ คน ซึ่งเขาเองก็ยอมรับว่าความสำเร็จในครั้งนี้จะเป็นใบเบิกทางในก้าวต่อๆ ไปของชีวิต และหวังว่าผลงานในอนาคตจะได้การตอบรับที่ดีเหมือนที่ผ่านมา“จุดเริ่มต้นการทำหนังเรื่องหลานม่าเกิดจากพี่เป็ด (ทศพล ทิพย์ทินกร) ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับอาม่าของเขา โปรดิวเซอร์ (วรรณฤดี พงษ์สิทธิศักดิ์) อ่านแล้วชอบก็มานำเสนอ ผมอ่านแล้วชอบก็อยากทำโปรเจกต์นี้ ต้องบอกว่าหลานม่าทำให้ผมได้กลับมามองครอบครัวในรูปแบบที่ไม่เคยมอง ตอนนั้นมีแค่ความตั้งใจ อยากทำให้ออกมาดีที่สุด คาดหวังแค่ว่าพอสร้างรายได้ให้ไม่ขาดทุน เพราะหนังแนวครอบครัวส่วนใหญ่เป็นหนังที่ไม่ทำเงิน ซึ่งความสำเร็จของหลานม่าถือว่าเหนือกว่าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้มากๆ ก็รู้สึกดีใจครับ เพราะนี่คือรางวัลที่เราตั้งใจทำผลงานให้ออกมาดีที่สุดเหมือนทุกเรื่อง ทุกครั้งที่เราตั้งใจทำจริงๆ”
“ความสำเร็จของหลานม่าที่ทำรายได้ท่วมท้นได้คำชมจากหลายสถาบัน รวมทั้งได้เสนอชื่อเข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศ ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล Best International Feature Film บนเวที Academy Awards ครั้งที่ 97 หรือแม้แต่ได้รับความสนใจให้ไปฉายในหลายๆ ประเทศ จนสร้างรายได้ได้อย่างท่วมท้นผมก็รู้สึกภูมิใจกับความสำเร็จ แต่ความสำเร็จครั้งนี้ต้องบอกว่า เป็นความสำเร็จของทีมงานทุกคนด้วยเช่นกัน ผมเองไม่เคยสัมผัสความรู้สึกแบบนี้มาก่อน ก็ดีใจ ภูมิใจ และถือเป็นกำลังใจ” พัฒน์บอกกับเราว่า “ความสำเร็จครั้งนี้เป็นเหมือนเครื่องมือเบิกทางเพื่อก้าวเดินในสเตปต่อไป ส่วนผลงานในอนาคตก็ยังคงมองหาเรื่องราวที่น่าสนใจมานำเสนอ แต่จะทัชใจคนดูเหมือนหลานม่าไหม ก็ยังไม่มีคำตอบ แต่สิ่งทำได้ก็แค่ทำงานอย่างตั้งใจและทำให้ดีที่สุดเหมือนที่ผ่านๆ มา”
พัฒน์เล่าต่อไปว่า “การแข่งขันในอุตสาหกรรมภาพยนตร์วันนี้ ไม่ได้มีแค่คอนเทนต์เฉพาะกลุ่มเรา แต่ยังมีคนทำคอนเทนต์ในรูปแบบอื่นๆ แน่นอนว่าทุกครั้งที่ทำก็ต้องคิดอย่างรอบคอบ คนที่อยู่ในสายงานจะรู้ว่าหนังที่ทำมีทั้ง Win และ Fail มันไม่มีสูตรสำเร็จหรือมีนัยว่าหนังเรื่องนี้จะประสบความสำเร็จ ผมแค่หวังว่าหนังที่ทำจะพูดกับคนดูได้และคนดูก็ชอบผลงานที่เราได้รังสรรค์อย่างตั้งใจถ้าไม่สำเร็จก็ต้องปล่อยไปแล้วกลับมาสู้ใหม่ ชีวิตทุกคนมันเป็นเหมือนกราฟ มีขึ้นมีลง เรียกว่าเป็นวิถีของมนุษย์ ชีวิตมีความเปลี่ยน แปลงอยู่เสมอเราก็แค่ดำเนินชีวิตต่อไป”
“วันนี้ภาพยนตร์เรื่องหลานม่าได้รับเกียรติและถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในสิบภาพยนตร์ที่ขึ้นทะเบียนมรดกภาพยนตร์ของชาติ ประจำปี 2568จากการพิจารณาของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) โดยคัดเลือกภาพยนตร์ที่มีคุณค่าความสำคัญทางประวัติศาสตร์ มีอิทธิพลต่อสังคม วัฒนธรรม และศิลปะ เนื่องในวันอนุรักษ์ภาพยนตร์ไทย โดยผ่านการพิจารณาจากผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขาอาชีพจำนวน 35 ท่านเพื่อร่วมตัดสิน และภาพยนตร์บางส่วนได้รับการเสนอชื่อจากประชาชนกว่า 1,300 คน ขณะที่อีกส่วนหนึ่งมาจากคลังอนุรักษ์ของหอภาพยนตร์ หลานม่า ถือเป็นภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ที่นำเสนอเรื่องราวที่แสนเรียบง่าย แต่ทว่าช่างงดงามในทุกๆ มุมมอง”



