ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ปรับ เปลี่ยน สร้าง เพื่อเติบโตและพัฒนาอย่างยั่งยืน

0
54

ด้วยฝีมือและการไม่หยุดพัฒนาตนเอง ทำให้ ดร.สุเมธ ตั้งประเสริฐ ได้ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) อย่างภาคภูมิ ในฐานะคนภาคเอกชนที่คิดเร็ว ทำเร็ว และเต็มเปี่ยมไปด้วยความมุ่งมั่น ตั้งใจ ทำให้เขาวางแผนปรับองค์กรเพื่อก้าวไปสู่องค์กรที่มีศักยภาพ เสริมเขี้ยวเล็บด้วยการใช้เทคโนโลยีนวัตกรรม หล่อหลอม และพัฒนาบุคลากรเพื่อช่วยกันนำพา กนอ. ให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างแข็งแรงและยั่งยืนภายใต้ Logic ที่เหมาะสม

     การได้มาเป็นผู้ว่าการ กนอ. ผมเชื่อว่าเป็นเรื่องของโชคชะตาและจังหวะเวลาที่เหมาะสม คุณสุเมธบอกกับเราพร้อมรอยยิ้ม เพราะก่อนหน้านี้เขาเป็นบอร์ดมืออาชีพ นั่งดำรงตำแหน่งอยู่หลายที่ ไม่ว่าจะเป็นที่สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) องค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ และศูนย์เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (เนคเทค) รวมทั้งได้มาเป็นบอร์ด กนอ. และที่ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ด้วยเป้าหมายที่อยากทำงานเพื่อสังคม อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงขององค์กรภาครัฐ และอยากให้ประเทศขับเคลื่อนด้วยนโยบาย ซึ่งด้วยวิธีคิดและทำงานแบบเอกชน เรียนรู้และเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรของภาครัฐผ่านการเป็นบอร์ด และเมื่อเก้าอี้ผู้ว่าการ กนอ. ว่างลง สิ่งเหล่านี้ทำให้ผู้ใหญ่เล็งเห็นถึงศักยภาพและได้ชักชวนให้เข้ามารักษาการในตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. ก่อนที่จะเข้ารับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการ กนอ. ในปัจจุบัน

ปรับตัวยิ่งเร็วยิ่งได้เปรียบ

     “เรียกได้ว่าเป็นเพราะหมวกที่ผมสวมในการเป็นบอร์ดมาก่อน ทำให้เห็นภาพใหญ่และ Pain Point ของ กนอ. ว่าต้องแก้ปัญหาอย่างไร เช่นตอนที่ผมเข้ามานั่งเป็นประธานอนุฯ ด้านการเงิน กนอ. ผมก็พยายามเปลี่ยนเรื่องระยะเวลาการตัดสินใจลงทุนให้เร็วขึ้น คิดให้เร็วแต่รอบคอบ เปลี่ยนความกลัวไปสู่ความกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง ผมเป็นคนทำเร็วกล้าตัดสินใจ และกล้า Disrupt สิ่งแรกที่ทำคือต่อสู้เรื่องระยะเวลาในการตั้งนิคมอุตสาหกรรมจาก 2 ปี เหลือ 2 เดือน ด้วยการแก้ไขกฎระเบียบ กฎหมาย พยายามปรับและมองถึงประโยชน์สูงสุด วางระบบที่ลูกค้ามาเมืองไทยได้ง่ายขึ้น กนอ. จะต้องเป็นที่พึ่งของภาคเอกชนและสังคมถ้าต้องการหาที่ดินหรือคุยเรื่อง FDI (Foreign Direct Investment) ต้องให้ กนอ. การันตีว่าคุยกับใครดีที่สุด ซึ่งสิ่งเหล่านี้เหมือนง่ายแต่เป็นเรื่องยาก เราจำเป็นต้องปรับเปลี่ยน”

     ปัญหาสำคัญของ กนอ. คือ เรื่องกฎระเบียบ ซึ่งที่ผ่านมาเราได้ทำ Sandbox เล็กๆ ในพื้นที่มาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เพื่อทดสอบการแก้ไขปัญหา และในวันนี้จากการเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลต่อสภาพเศรษฐกิจ สังคม และพฤติกรรมของลูกค้า ทำให้ กนอ. จะนิ่งนอนใจไม่ได้ ต้องลุกขึ้นมาปรับเปลี่ยนบทบาท โดยปรับเปลี่ยนตัวเองจาก Regulator ไปสู่ผู้พัฒนา และทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มแกนกลางที่สำคัญที่จะโอบอุ้มให้ภาคของเศรษฐกิจสามารถที่จะอยู่คู่กับสังคม ชุมชน สิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

     ดร.สุเมธ กล่าวต่อไปว่า เราจำเป็นต้องดูภาพบริโภค ผู้ซื้อมีความหลากหลาย สินค้าประเภทหนึ่งก็แบ่งออกเป็นหลายชนิด ผู้บริโภคนิยมซื้อสินค้าออนไลน์มาทดลองใช้ ฉะนั้นโรงงานอุตสาหกรรมก็ต้องเปลี่ยนตัวเอง ประเทศไทยต้องวางตัวเองและ Tailoring ให้สามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และสินค้าทุกอย่างต้อง High Value ต้องให้ความสำคัญกับ Innovation รวมทั้งต้องมีกลุ่มเป้าหมายที่ชัดเจน เพราะทุกอย่างจะต้องคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม ใช้พลังงานสะอาด มีธรรมาภิบาล และต้องรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่ง กนอ. จะต้องรับผิดชอบดูแลเพื่อตอบโจทย์ในเรื่องเหล่านี้

     “ที่ผ่านมาผมพยายามทบทวน กลับไปดูวัฒนธรรมองค์กร และคอยตรวจสอบสิ่งที่ผิด เชื่อว่าไม่นานจะสามารถปรับจูนเข้าหากันได้ ถ้า Out Come ออกมาไม่ดี ผมจะถามตัวเอง เวลาไม่เคยหยุดเดิน เราย้อนมันคืนมาไม่ได้ ไม่ดีก็แค่ปรับปรุงให้ดีขึ้น สำหรับผมคำว่า ขอโทษ เป็นเรื่องง่าย ทำผิดก็ต้องขอโทษ ถึงมีปัญหาเราก็ต้องเดินต่อ ถึงอารมณ์ไม่ดีแต่งานเราก็ต้องทำ เป็นผู้บริหารก็ผิดได้ ตำแหน่งไม่ใช่เรื่องสำคัญ เมื่อวานเป็นนายสุเมธ วันนี้เป็นท่านผู้ว่าฯ ในอนาคตก็กลับไปเป็นนายสุเมธก็ได้ ถ้าเราเข้าใจความเป็นมนุษย์เราก็ปล่อยๆ ไป ถ้าตราบใดเขายังเดินเพื่อองค์กรอยู่ ทำงานมาหลายเดือนก็รู้ว่าไม่ต้องอธิบายแล้ว เอาเท่าที่ไหวพอ (หัวเราะ) แต่ผมมองว่าตราบใดที่ลูกค้าชมองค์กร ผู้คนให้การยอมรับผม นั่นก็คือคำตอบ เราเดินได้ กนอ. ขับเคลื่อนได้ไม่ใช่เพราะผมเก่งแต่ทีมต้องเก่งด้วย ผมต้องให้เครดิตทีม ใครไม่พอใจก็ต้องทำใจ เพราะทุกคนต่างที่มา ผมเชื่อมั่นว่าทุกคนจะเติบโตขึ้นได้ภายใต้ Logic ที่เหมาะสม”

พัฒนา ปรับกลยุทธ์ เพื่ออยู่เหนือคู่แข่ง

     กนอ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคนและวางรากฐานที่มั่นคง ที่ผ่านมา กนอ. จัด I-EA-T Academy เพื่อสร้างกลไกสรรหาคนเก่งๆ เข้ามาร่วมมือเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ตอบโจทย์ความต้องการของนักลงทุน จุดแข็งของไทยที่เหนือกว่าคู่แข่งคือบรรยากาศดี ผู้คนเป็นมิตร ดังนั้น การจะก้าวสู่นิคมอุตสาหกรรมแห่งอนาคตจะต้องมองถึงกลุ่มลูกค้าว่าเป็นใคร ต้องสร้างInfrastructure ตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าและเติมเต็มในสิ่งที่ขาด เพื่อช่วยดึงนักลงทุนเข้ามา เราไม่จำเป็นต้องลงไปแข่งเรื่องราคาค่าแรงกับประเทศเพื่อนบ้านหรือคู่แข่ง แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องรักษามาตรฐานให้ดีกว่า ถ้าด้อยกว่าก็จะกลายเป็นปัญหาสำหรับประเทศไทยได้

     ด้วยกลยุทธ์และแผนการขับเคลื่อนองค์กรของ กนอ. มีแผนปฏิบัติการที่ชัดเจนและวางแผนต่อเนื่องจนถึงในอนาคต เราต้องใช้ไอทีเข้าช่วยในการทำงาน สอนให้พนักงานต้องใช้งานเป็น รู้จักการใช้ AI ในการออกใบอนุญาต สร้างแพลตฟอร์มสำหรับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นบริการออกใบอนุญาต มีระบบการเงินการคลังที่ดี มีการ Operation ที่ดี แต่สิ่งสำคัญคือการกำกับดูแลอย่างยั่งยืน กนอ. เองต้องรักษากฎหมายให้ดี ถ้ามีปัญหาก็ต้องตักเตือน ส่วนเรื่องระเบียบเงื่อนไขสไตล์ราชการเราจะต้องฟังเสียงของผู้ประกอบการด้วย เช่นเรื่องปัญหาของผังเมือง เรื่องที่ดินสาธารณะ เรื่องการตั้งนิคมฯ และเรื่อง EIA

     ดร.สุเมธ ยอมรับว่า การแก้กฎหมายถือเป็นเรื่องสำคัญที่จะทำให้ กนอ. สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัว ซึ่งสิ่งที่ส่งต่อจากผู้ว่าการ กนอ. จากรุ่นสู่รุ่นได้ทำไว้เป็นฐานรากที่ดีและเป็นฟันเฟืองในการขับเคลื่อนองค์กรให้เดินหน้าอย่างยั่งยืน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ที่จะสามารถ Disrupt ปัญหาสังคม ปัญหาเรื่องที่ดิน จะทำอย่างไรให้ใช้ที่ดินให้เกิดประโยชน์สูงสุด Real Estate Management เป็นศาสตร์ที่ใหญ่ที่สุด ที่ดินของ กนอ. คือ Smart City เราคือเมืองอุตสาหกรรมรูปแบบใหม่ที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและสังคมที่ดีให้กับคนในท้องถิ่นและประเทศได้อย่างยั่งยืนการสร้างพื้นฐานให้กับเด็กรุ่นใหม่รันต่อได้ ใช้องค์ประกอบและเครื่องมือที่ทำไว้ในอนาคต ซึ่งถือเป็นการติดอาวุธไว้เพื่อความพร้อม ทุกอย่างถือเป็นการปลูกคนและสร้างเครื่องมือเพื่อเตรียมพร้อม”           

  ดร.สุเมธ กล่าวทิ้งท่ายว่า กนอ. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาสังคม ผู้ประกอบการในพื้นที่คือผู้ที่เข้ามาช่วยสร้างเศรษฐกิจที่ดี สร้างเมืองเกษตรอุตสาหกรรม เราให้ความสำคัญในการสร้างพลังให้กับชุมชน โดยเฉพาะ SME เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อกับบริษัทจากต่างประเทศ โดยให้ กนอ. เป็นจุดศูนย์รวมให้ประชาชนเข้ามา Plug in ผมมองว่า การทำ CSR ต้องทำ แต่ไม่ใช่หัวใจหลัก เพราะการแจกไม่ใช่แกนหลักของการพัฒนาประเทศ กนอ. จะให้โอกาสท้องถิ่นด้วยแนวคิดใหม่ๆ จากความเป็น MMC ที่เราให้ได้ นี่คือหัวใจของการเปลี่ยนแปลงที่ผ่านโพสเซสและดีไซน์ เพื่อให้ทุกคนเดินไปพร้อมๆ กัน กนอ. จะเป็นแกนกลางเพื่อสร้างความสมดุลเชื่อมโยงทุกภาคส่วน สังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม และให้ทุกคนพัฒนาและเติบโตอย่างยั่งยืน”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.