หากพูดถึงนักธุรกิจผู้บริหารฝาแฝดที่ต่อยอดสร้างธุรกิจของครอบครัวที่เกือบจะล้มในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งให้กลับมารุ่งโรจน์จนสามารถนำบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ได้เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เราจะนึกถึงแฝดผู้พี่ คุณปุ๊ย ดร.สิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และแฝดน้อง คุณป๋อ ดร.พิษณุ แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่สายงานวิจัยและพัฒนา รับผิดชอบด้านวิจัยและการตลาด บริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรมเจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JSP เจ้าของแบรนด์สุภาพโอสถ ที่ต่อยอดร้านขายยาเล็กๆ ที่นำเข้ายาจากอังกฤษและญี่ปุ่น อั้งง่วนเฮง สุภาพโอสถ และผลิตยาแก้ไอยี่ห้อ COX จนมาสู่โรงงานผลิตอาหารเสริมที่มีรายได้ปีละหลายร้อยล้านบาท เรียกว่าประสบความสำเร็จและเติบโตอย่างก้าวกระโดดจริงๆ
“คุณปุ๊ยและคุณป๋อได้เข้ามาช่วยคุณแม่ (จินตนา สันติพิสุทธิ์) บริหารบริษัทด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ หลังจากที่ธุรกิจต้องประสบกับภาวะขาดทุนในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ทั้งคู่รวมถึงน้องสาวและน้องชายได้เข้ามาดูแลกิจการและพาธุรกิจเติบโตอย่างก้าวกระโดด จนพาธุรกิจเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 7 ปีที่แล้ว ทั้งสองคนตั้งธงสู่การเป็นเจ้าของโรงงานรับผลิตยาแผนปัจจุบัน อาหารเสริมแบบ OEM พร้อมสร้างแบรนด์สุภาพโอสถ หรือ JSP ผลิตผลิตภัณฑ์ยา อาหารเสริม สมุนไพร อาหารเสริมสำหรับสัตว์เลี้ยง เครื่องสำอางสำหรับผู้ป่วยโรคไต และการเทคโอเวอร์กิจการน้ำยาฟอกไต และมีแผนที่จะต่อยอดขยายธุรกิจให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ซึ่งตอนที่เราเข้ามาสานต่อธุรกิจก็เริ่มต้นจากการรับจ้างผลิตยาและอาหารเสริม ซึ่งในส่วนยาแก้ไอ COX เราก็ยังทำอยู่ เพราะเป็นสินค้าที่ได้การยอมรับและสร้างผลกำไร” คุณปุ๊ยกล่าว
“หลังตกผลึกว่า ถ้ามีแบรนด์ของตัวเองก็จะสร้างรายได้และกำไรมากขึ้น เลยตัดสินใจหยิบแบรนด์สุภาพโอสถที่ลูกค้าเชื่อถือมาต่อยอดทำผลิตภัณฑ์วิตามินอาหารเสริมสำหรับผู้สูงวัยและอาหารเสริมสำหรับผู้ที่อยากดูแลสุขภาพ ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก เราออกสินค้าอย่างต่อเนื่องจนปัจจุบันมีสินค้าหลายสิบรายการ ซึ่งเน้นคุณภาพและการพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้า การที่เรามีแล็บเป็นของตัวเองถือเป็นจุดแข็งที่เราสามารถผลิตสารสกัดได้เอง และสามารถเลือกทำได้หลากหลายชนิด แต่เราเลือกผลิตสินค้าเน้นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีปัญหาสุขภาพเรื่องเข่า สายตา ความดันโลหิตสูง รวมทั้งยังต่อยอดไปถึงเป้าหมายกลุ่มอื่น ที่ทานอาหารเสริมเพื่อสุขภาพมากยิ่งขึ้น”
คุณป๋อบอกกับเราว่า “JSP มีลูกค้า OEM บริษัทยาอันดับต้นๆ ของไทยหลายราย ซึ่งเราทำธุรกิจพัฒนา ผลิตและจำหน่ายยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ครอบคลุมตั้งแต่การให้คำปรึกษาพัฒนาสินค้า คิดค้นและพัฒนาสูตร การขอทะเบียนตำรับยาหรือการจดแจ้งเลขสารบบอาหารกับอย. ใครที่ให้เรา OEM เราสามารถดำเนินการตั้งแต่ผลิตจนถึงขอใบอนุญาตให้ได้ นี่ทำให้เราได้การตอบรับที่ดีมาก ซึ่งในส่วนของ OEM ธุรกิจเติบโตแบบก้าวกระโดดเป็น 10 เท่า และสร้างรายได้ปีละกว่า 400 ล้านบาท ส่วนอาหารเสริมและยาอาจจะมีกำไรไม่มากนักแต่ถือเป็นธุรกิจน้ำซึมบ่อทราย มั่นคง แข็งแรง ถ้าดีจริงลูกค้าก็จะกลับมาซื้อซ้ำ เรื่องของนวัตกรรมเป็นสิ่งที่เราให้ความสำคัญมาก และทาง JSP ก็มีการพัฒนาสารสกัดจากพืชไว้หลายตัว ถ้าตัวไหนได้รับความสนใจหรืออยากนำมาทำการตลาดก็สามารถทำได้ทันที และในอนาคตเรามีแผนขยายโรงงานที่กรุงเทพฯ และลำพูน เพื่อรองรับตลาด OEM และของสุภาพโอสถ รวมทั้งมุ่งวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากขึ้น ด้วยเป้าประสงค์ที่อยากให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน เราเน้นวิจัยสมุนไพรไทยให้ทั่วโลกรู้จักและสนับสนุนเกษตรกรไทย เป็นการสร้างงานสร้างรายได้ให้กับวิสาหกิจชุมชน เพื่อเป็นการกระจายรายได้และให้ธุรกิจเติบโตอย่างยั่งยืน รวมทั้งเรายังวางแผนที่จะทำตู้กดยาอัตโนมัติซึ่งจะจำหน่ายยาสามัญประจำบ้าน สมุนไพรสกัด และอาหารเสริม เพราะอยากให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลได้เข้าถึงยาได้ง่ายขึ้น ซึ่งตั้งใจว่าในระยะแรกจะนำตู้ 100-200 ตู้ไปตั้งในชุมชนต่างๆ รวมทั้งมีเป้าหมายที่จะทำธุรกิจโรงพยาบาลในอนาคตอีกด้วย”



