ดร.แดง หรือ ดร.มยุรี เตยะราชกุล ประธานที่ปรึกษาบริษัท เอ็ม.เจ. บางกอกวาล์วและฟิตติ้ง จำกัด ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ท่อ วาล์ว ฟิตติง ข้อต่อ และชิ้นส่วนอื่นๆ ที่ใช้ในอุตสาหกรรมขุดเจาะน้ำมันปิโตรเคมีแบรนด์ Swagelok จากสหรัฐอเมริกามายาวนานกว่า 40 ปีหลังจากที่ลูกๆ ได้เข้ามาช่วยบริหารธุรกิจทำให้เธอได้เข้าไปร่วมทำงานเพื่อสังคมกับสมาคมและมูลนิธิต่างๆ รวมทั้งสนับสนุนทุนทรัพย์ช่วยเหลืออาจารย์หลังเกษียณและเด็กนักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดทุนทรัพย์ เนื่องจากเธอเล็งเห็นว่าการที่เด็กๆ และเยาวชนมีความรู้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตและยังช่วยให้สังคมไทยพัฒนามากยิ่งขึ้นอีกด้วย
“ดิฉันเริ่มต้นจากการทำงานเป็นเภสัชกร จนแต่งงานได้เข้ามาช่วยสามีทำธุรกิจกว่า 40 ปี ซึ่งสามีเป็นวิศวกรทำให้มีความรู้เกี่ยวกับเรื่องระบบท่อ วาล์ว และข้อต่อที่ใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งแรกๆ ดิฉันก็ต้องเรียนรู้งานพอสมควร ส่วนใหญ่ดิฉันจะสนับสนุนและดูแลงานด้านการตลาด ประสานงานกับลูกค้า รวมทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้าไปสานสัมพันธ์กับบริษัทพันธมิตร หลังจากสามีเสียชีวิตก็ต้องเข้ามาช่วยดูแลกิจการ จนปัจจุบันลูกชายได้เข้ามาช่วยบริหารงาน ซึ่งก็ต้องบอกว่าดีใจที่ลูกเข้ามาสานต่อธุรกิจ เพราะส่วนตัวอยากจะมีเวลาไปทำงานเพื่อสังคมมากขึ้น จริงๆ ที่ผ่านมาดิฉันก็ทำงานเพื่อสังคมมาโดยตลอด ทั้งการเป็นสมาชิกในสมาคมต่างๆ ทั้งการสนับสนุนเงินผ่านกองทุนมยุรีเพื่อทุนการศึกษา รวมทั้งได้รับเชิญจากอาจารย์ในฐานะศิษย์เก่าให้ดำรงตำแหน่งประธานมูลนิธิเพื่อการศึกษา โรงเรียนสตรีวัดมหาพฤฒาราม ในพระบรมราชินูปถัมภ์ มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2555 เป็นคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานให้กับทางโรงเรียน สนับสนุนและช่วยหาเงินสนับสนุนมูลนิธิช่วยนักเรียนที่ขาดแคลน ในพระบรมราชินูปถัมภ์ (ม.น.ข.) มาโดยตลอด รวมทั้งยังทำหน้าที่ประเมินครูผู้ช่วยให้กับทางโรงเรียน การที่ดิฉันให้ความสำคัญกับเรื่องของการศึกษา เพราะมองว่าการศึกษาจะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กๆ และเยาวชนให้ดีขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้สังคมไทยพัฒนา ประเทศชาติเจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”

“นอกจากนี้ ดิฉันยังเป็นกรรมการมูลนิธิกตเวทินในพระบรมราชูปถัมภ์ และเป็นคณะกรรมการมูลนิธิท่านผู้หญิงยสวดี บูรณะสัมฤทธิ อัมพรไพศาล ช่วงปี พ.ศ. 2551-2559 ซึ่งขณะนั้นท่านผู้หญิงได้ชักชวนให้มาเป็นนายกสมาคมครูและศิษย์อัมพรไพศาล ได้ดำรงตำแหน่งอยู่หลายสมัยจนถึงตอนนี้ก็ยังช่วยงานของมูลนิธิฯ มาโดยตลอด และได้ช่วยเหลือสวัสดิการอาจารย์อาวุโสที่เกษียณไป นอกจากนี้ ดิฉันยังเคยดำรงตำแหน่งนายกสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 7 เมื่อพ.ศ. 2559-2561 ขณะนี้ก็ยังเป็นที่ปรึกษาและได้เข้าไปช่วยทำกิจกรรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตสตรีและเด็กๆ ให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดิฉันมองว่าหากเรามีโอกาสและมีศักยภาพที่จะช่วยเหลือผู้คนที่ขาดโอกาสทางสังคมให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ให้ดีขึ้น ทุกคนก็ควรร่วมมือร่วมใจกันสนับสนุนเพื่อสร้างสังคมคุณภาพให้กับประเทศชาติ”
“หลายคนคิดว่าโรงเรียนที่อยู่ในเมืองน่าจะเป็นโรงเรียนที่มีความเพียบพร้อมในทุกด้าน แต่ความจริงแล้วคนมีเงินส่วนใหญ่จะย้ายออกไปอยู่นอกเมืองและนิยมเรียนโรงเรียนใกล้บ้าน อย่างโรงเรียนเอกชนหรือโรงเรียนอินเตอร์ฯ มากกว่าเดินทางเข้ามาเรียนโรงเรียนในเมือง โดยเฉพาะโรงเรียนที่ไม่ได้มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าจะประสบปัญหาเรื่องของเงินทุนผู้ปกครองบางส่วนก็เป็นกลุ่มผู้มีรายได้น้อย เด็กบางคนพ่อแม่ไม่สบายก็ต้องหยุดเรียนเพื่อไปขายของแทน ซึ่งดิฉันเองก็พยายามเข้าไปช่วยเหลือเด็กเหล่านี้เพื่อให้เด็กๆ ได้เรียนและมีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ส่งเด็กๆ เรียนจบปริญญาตรีไปหลายคน บางคนส่งข้อความมาขอบคุณ ส่งข้อความมาอวยพรก็รู้สึกอิ่มใจและมีความสุขมากๆ”
“สิ่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้ดิฉันยังมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม ช่วยเหลือเด็กนักเรียนที่ขาดแคลน พอเห็นว่าเขามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นดิฉันก็รู้สึกมีความสุขไปด้วย สิ่งเหล่านี้คือความสุขที่แท้จริง ดิฉันกับสามีจะมีแนวคิดที่เหมือนกันก็คือ ถ้ามีเราต้องแบ่งปันและช่วยเหลือ ความตั้งใจของดิฉันคือ อยากทำมูลนิธิในชื่อของสามีในอนาคต เพราะที่ผ่านมาในฐานะศิษย์เก่าคณะวิศวะ จุฬาฯ เขาก็ช่วยระดมทุนหาเงินช่วยสร้างอาคารใหม่ ช่วยสนับสนุนงานการกุศลต่างๆ เช่นเดียวกับดิฉันมาโดยตลอด แม้เขาจะไม่อยู่แต่ดิฉันก็ยังสานต่อเจตนารมณ์ของเขาและตัวเองที่ตั้งใจอุทิศตนช่วยเหลือผู้คนต่อไปเรื่อยๆ เพราะอย่างที่ดิฉันเคยพูดอยู่เสมอว่า ไม่มีอะไรจะสุขใจไปกว่าการแบ่งปันอีกแล้ว”
“สิ่งหนึ่งที่หล่อเลี้ยงจิตใจให้ดิฉันยังมุ่งมั่นช่วยเหลือสังคม สิ่งเหล่านี้คือความสุขที่แท้จริง ดิฉันตั้งใจอุทิศตนช่วยเหลือผู้คนต่อไปเรื่อยๆ เพราะอย่างที่ดิฉันเคยพูดอยู่เสมอว่า ไม่มีอะไรจะสุขใจไปกว่าการแบ่งปันอีกแล้ว”



