ดร.ลัดดา วิศวผลบุญ “ยิ่งสำเร็จ ยิ่งแบ่งปัน ยิ่งเติบโต ยิ่งพัฒนา”

0
51

อีกหนึ่งหญิงเก่งแห่งวงการอุตสาหกรรมเหล็กของไทย ดร.ลัดดา วิศวผลบุญ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แผ่นเหล็กวิลาสไทย จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตแผ่นเหล็กชุบดีบุกและชุบโครเมียมแห่งแรกของเมืองไทย ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ที่เธอเข้ามาสานต่อธุรกิจจากคุณพ่อ (คุณชำนิ วิศวผลบุญ)กว่า 40 ปีที่ ดร.ลัดดา ได้บริหารธุรกิจจนประสบความสำเร็จอย่างงดงามก่อนที่จะส่งไม้ต่อให้กับทายาทรุ่นต่อไป เพื่อได้มีเวลาไปทำงานเพื่อสังคมมากยิ่งขึ้น เธอบอกกับเราว่า สังคมจะดีขึ้นได้ก็เพราะทุกคนรู้จักแบ่งปัน ให้โอกาสกับเด็กๆ ในชนบทได้พัฒนาความรู้ ความสามารถ มี Mindset ที่ดี ที่สำคัญเราจะต้องไม่หยุดเรียนรู้ มุ่งมั่นพัฒนา และทำทุกอย่างให้ดีที่สุด

สินค้าของเรามีทั้งส่งออกส่งโรงงานทำกระป๋องบรรจุภัณฑ์อาหารและอุตสาหกรรมด้านอื่นๆซึ่งเราอยู่ในวงการนี้มาราว 70 ปีเริ่มต้นมาตั้งแต่รุ่นคุณพ่อซึ่งส่วนตัวดิฉันเองเข้ามาสานต่อธุรกิจและงานตรงนี้มากว่า 40 ปีสมัยนั้นได้เข้ามาช่วยคุณพ่อทำงานตั้งแต่ยังเรียนหนังสือก็เข้ามาเรียนรู้เรื่องของประเภทผลิตภัณฑ์ได้เรียนรู้แนวทางการทำงานได้ฟังเรื่องราวว่าคุณพ่อทำงานอย่างไรเผชิญและแก้ไขอุปสรรคอย่างไรและตอนนี้ดิฉันก็ได้ส่งไม้ต่อให้กับลูกๆในฐานะทายาทรุ่นที่ 3 ซึ่งทุกคนต่างก็ผูกพันและซึมซับวิธีการทำงานจากพ่อแม่ดิฉันเองเรียนรู้จากคุณพ่อลูกๆก็เรียนรู้จากดิฉันและสามีทั้งเรื่องของผลิตภัณฑ์แนวทางการทำงานพอเขาโตขึ้นมาก็สามารถเข้ามาสานต่อธุรกิจและทำงานได้ทันที

ดิฉันในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ที่เข้ามาสานต่อธุรกิจจากคุณพ่อต้องยอมรับว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างยากการจะอยู่ในธุรกิจได้และเติบโต ก็ต้องรู้จักเรียนรู้ ต้องมีคอนเนกชัน ถามว่างานที่รับผิดชอบหนักไหม ยากไหม สำหรับดิฉัน ณ ตอนนั้นก็ต้องตอบว่ายาก แต่มันจะท้อจะเหนื่อยไม่ได้ คิดเสมอว่าเรามีพนักงานที่ต้องรับผิดชอบกว่า 400 ชีวิต ถ้านับรวมกับบริษัทอื่นก็เกือบห้าร้อยคน ในฐานะผู้บริหารเราต้องต่อสู้ทุกรูปแบบเพื่อให้องค์กรอยู่รอดและเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อส่งต่อให้รุ่นลูกรุ่นหลานต่อไป”

“หัวใจสำคัญของการเป็นผู้บริหารที่ดีก็คือจะต้องไม่หยุดอยู่กับที่ ให้คณะทำงานทุกคนรู้จักที่จะเรียนรู้ติดตามสิ่งใหม่ๆ และรู้จักปรับตัวไปกับวิถีของผู้คนในปัจจุบัน เพราะว่าทุกวันนี้โลกปรับเปลี่ยนเร็วมากในยุคดิจิทัล เราจึงต้องตามให้ทัน รู้จักดัดแปลง ปรับปรุงพัฒนาธุรกิจให้สอดคล้องไปกับโลกที่มีความเปลี่ยนแปลง และหลักการดำเนินธุรกิจที่ครอบครัวเรายึดมั่นมาโดยตลอดก็คือ ดำเนินธุรกิจด้วยความซื่อสัตย์และจริงใจ การผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐานและมีคุณภาพ นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในการผลิต เพื่อเสริมคุณภาพให้กับผลิตภัณฑ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า ทำทุกอย่างให้ดีที่สุด ธุรกิจก็จะอยู่กับเราได้อย่างยั่งยืน”

“นอกจากนี้ การที่เราจะทำธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จได้จะต้องมี Mindset ที่ดี มีความเป็นผู้นำ เข้มแข็ง เป็นหลักให้กับพนักงาน มีความอดทน และไม่ย่อท้ออะไรง่ายๆ ถ้าเราเชื่อมั่นและมุ่งมั่นทุกอย่างก็จะสำเร็จได้ ชีวิตส่วนตัวจริงๆ ดิฉันเป็นคนที่ใช้ชีวิตเรียบง่ายมาก อยู่ง่าย ทานง่าย ไม่ถือตัว วางตัวเข้ากันได้กับทุกคนและทุกสังคม และที่สำคัญคือจะต้องมี Positive Thinking รู้จักปล่อยวางและยอมรับ เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกๆ”

“ตอนนี้ลูกๆ เข้ามาช่วยงาน ซึ่งเขาก็ทำได้ดีดิฉันเองก็คอยเป็นแรงผลักดันอยู่เบื้องหลังการทำงานของลูกๆ มีการประชุม ปรึกษาหารือกันตลอด เพื่อเสริมประสบการณ์ที่เราเคยผ่านมาแล้วให้กับลูกๆ ซึ่งเขาก็ทำงานได้ดี ก็เบาแรงเราไปหน่อย มีเวลาดูแลฟื้นฟูสุขภาพตัวเองบ้างเพราะเข้าวัย 70 ปีแล้ว มีเวลาช่วยเหลือสังคมมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้ร่วมทำงานกับสโมสรซอนต้า กรุงเทพ 3 อีกทั้งสโมสรโรตารี กรุงเทพ พระราม 3และเป็นที่ปรึกษาสมาคมและมูลนิธิต่างๆ อีกหลายแห่ง เพื่อช่วยเหลือสังคม เด็ก และสตรี ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการสนับสนุนทุนการศึกษา การสร้างอาชีพ รวมทั้งการจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ให้กับโรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกลในชนบท และยังมีกิจกรรมเพื่อสังคมอื่นๆ ก็ตั้งใจว่าจะทำงานตรงนี้ต่อไปเรื่อยๆ เพราะอยากเห็นสังคมไทยและผู้ด้อยโอกาสทางสังคมมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดียิ่งขึ้น”

“ดิฉันมองว่า การทำงานและทำกิจกรรมเพื่อสังคมถือเป็นการแบ่งปันและสร้างสังคมที่ดีขึ้น เมื่อเรามีกำไร มีรายได้ที่ดี การแบ่งปันถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยเฉพาะเรื่องของการศึกษา เพราะถือเป็นการสร้างโอกาสให้กับเด็กๆ ในชนบทให้มีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้น ทุกวันนี้ความสุขของดิฉันก็คือ การเห็นธุรกิจประสบความสำเร็จและดำเนินกิจการต่อไปเรื่อยๆ อย่างราบรื่น แม้จะมีปัญหาบ้าง แต่ก็เชื่อมั่นในทีมงานที่มี Mindset ที่สอดคล้องกัน เพื่อนำพาให้องค์กรเติบโต พัฒนาอย่างยั่งยืน ลูกๆ ได้ดั่งใจ ขยัน ในวันหยุดเราได้ใช้ชีวิตร่วมกันกับครอบครัว ใช้ชีวิตง่ายๆ มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เราก็สุขใจแล้ว สำหรับนักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่กำลังสร้างตัวก็อยากให้อดทน ทุกปัญหามีทางแก้ไข การที่เราเป็นผู้บริหารสิ่งสำคัญคือ อย่าหยุดเรียนรู้ ถึงไม่เชี่ยวชาญก็ต้องเข้าใจ อาศัยสิ่งใหม่ๆ เข้ามาช่วย เช่น ChatGPT, Gemini นอกจากการเรียนรู้ก็ต้องรู้จักว่าอะไรควรทำ ไม่ควรทำ อย่าละทิ้งวัฒนธรรมความเป็นไทย อย่างการมีสัมมาคารวะ การดูแลผู้สูงอายุ ดิฉันเชื่อว่า ถ้าเด็กๆ ได้อยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวก็จะเป็นสังคมที่มีความอบอุ่นและมีความงดงามตามแบบฉบับสังคมไทยอย่างแน่นอนค่ะ”

“หัวใจสำคัญของการเป็นผู้บริหารที่ดีก็คือจะต้องไม่หยุดอยู่กับที่ รู้จักที่จะเรียนรู้และรู้จักปรับตัวไปกับวิถีของโลกยุคปัจจุบัน เพราะเป็นโลกแห่งโลกาภิวัฒน์ ทุกอย่างรอบตัวเราเปลี่ยนแปลงเร็วมาก เราเองก็ต้องตามให้ทัน”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.