ดร.ดาร์ลิ่ง ดาริณ พันธุศักดิ์ รองประธานกรรมการ บจก. ทิฟฟานี่โชว์พัทยาและในเครือ ที่ปัจจุบันเธอทำธุรกิจร่วมกับพี่น้องไม่ว่าจะเป็น Tiffany’sShow Pattaya, WoodlandsHotel and Resort Pattaya,La Baguette Bakery Cafe และ La Ferme Pattaya, Lola Summer และอสังหาริมทรัพย์ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ของทิฟฟานี่โชว์ สถานที่ท่องเที่ยวอีกหนึ่งหมุดหมายแห่งเมืองพัทยาที่อยู่ยั้งยืนยงมาอย่างยาวนาน ในวาระครบรอบ 50 ปี เพื่อสนองนโยบายที่มุ่งพัฒนาและมุ่งทำธุรกิจให้ดีที่สุด ทีมผู้บริหารจึงตัดสินใจปรับรูปแบบโชว์ใหม่ทั้งหมด เพื่อสร้างความต่างและยกระดับโชว์ทรานส์เจนเดอร์แห่งแรกของเอเชียแห่งนี้ ให้เป็นอีกหนึ่งจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะมาชมให้ได้
“การเดินทางของทิฟฟานี่โชว์เริ่มต้นเมื่อพ.ศ. 2517 ตอนนั้นคณะโชว์มีนักแสดง 6-7 คนซึ่งทำการแสดงที่สยามเบย์ชอร์พัทยาใต้ซึ่งคุณพ่อ (สุธรรมพันธุศักดิ์) ได้ชมการแสดงก็เชื่อว่าโชว์นี้จะต้องมีชื่อเสียงระดับโลกและเป็นที่สนใจจากนักท่องเที่ยวทั่วโลกด้วยวิสัยทัศน์และมุมมองที่เฉียบคมท่านจึงชักชวนคุณวิชัยเลิศฤทธิ์เรืองสินให้มาแสดงโชว์ที่โรงละครของทิฟฟานี่ก่อนที่จะพัฒนาและเติบโตอย่างในปัจจุบันจากจุดเริ่มต้นเล็กๆเราได้พัฒนาจนที่นี่กลายเป็นหมุดหมายของนักท่องเที่ยวทั่วโลก โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน เราได้รับการโหวตจาก Ctrip 2023 ซึ่งเป็นตัวแทนการขายทัวร์ออนไลน์ใหญ่ที่สุดในจีน ได้สำรวจว่าทิฟฟานี่โชว์เป็นโชว์ที่นักท่องเที่ยวจีนอยากมาดูที่สุด ส่วนนักท่องเที่ยวจากประเทศในแถบยุโรป อินเดีย เกาหลี รัสเซีย หรือแม้แต่คนไทยเองก็ให้ความนิยมไม่แพ้กัน ซึ่งในวาระครบรอบ 50 ปี ทิฟฟานี่โชว์ได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบโชว์ใหม่ทั้งหมด และมีการแต่งเพลงซึ่งเป็นลิขสิทธิ์ของเราเองอีก 9 ชุดใหญ่ เรียกว่า Crystallizea Dream ซึ่งได้คุณอาร์ต อารยา อินทรา มาเป็น Creative Director และคุณศักดิพัฒน์ แสงสุริยงค์ เป็น Show Production Director ส่วนคุณสุภาพ แสงคำชู และ Mr. Ken Smith มาเป็นที่ปรึกษาด้าน Show และ Stage Consultant ซึ่งเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ และดีไซเนอร์รุ่นใหม่เข้ามาร่วมรังสรรค์งานโชว์ให้มีความทันสมัย งดงามสมกับเป็น World Entertainment อย่างแท้จริง”
“ทิฟฟานี่โชว์ถือเป็นการแสดงโชว์ทรานส์เจนเดอร์แห่งแรกในเอเชีย ปัจจุบันเราถือเป็นองค์กรที่พัฒนาทรานส์เจนเดอร์ที่รวมเป็นแพลตฟอร์มระดับโลกที่ใหญ่ที่สุด และยาวนานที่สุดถึง 50 ปี นอกจากนี้เรายังมีเวทีประกวดมิสทิฟฟานี่โชว์ ซึ่งจัดการประกวดเป็นปีที่ 29 และมีเวทีประกวดมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีน ซึ่งจัดเป็นปีที่ 19 เพื่อเป็นการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศให้กับกลุ่ม LBGTQ ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 โชคดีที่เรามีพี่น้องเป็นผู้หญิงทั้งหมด ทำให้เราทำงานเป็นทีมเวิร์ก พัฒนาร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และพร้อมสานต่อวิสัยทัศน์ของคุณพ่อที่สร้างธุรกิจจากเม็ดทรายจนเรากลายเป็นองค์กร LGBTQ ระดับโลก ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง พนักงานทุกคนเปรียบเสมือนครอบครัว ทิฟฟานี่โชว์คืออาชีพในฝัน และเชื่อว่าสตรีข้ามเพศหลายต่อหลายคนต่างอยากเข้าประกวดบนเวทีมิสทิฟฟานี่และมิสอินเตอร์เนชั่นแนลควีนอย่างแน่นอน”

“นอกจากนี้อีกหนึ่งความภาคภูมิใจก็คือ การที่Thailand Chapter ขององค์กร Asia Pacific Enterprise Award (องค์กรไม่แสวงหากำไร ก่อตั้งเมื่อค.ศ. 2007) ได้เสนอชื่อให้เราได้รับ 2 รางวัล จาก 2 สาขา ได้แก่ รางวัล Master Entrepreneur Award (Dr. Darin Phanthusak) รางวัลผู้ประกอบการต้นแบบระดับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ประกอบการรุ่นใหม่ และรางวัลInspirational Brand Award (Tiffany’s Show Pattaya Co., Ltd.) แบรนด์ที่ส่งต่อคุณค่าแห่งแรงบันดาลใจ พร้อมขับเคลื่อนความดี ความเป็นอยู่ที่ดี และความยั่งยืน รับรางวัลเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม ที่ผ่านมา ณ โรงแรม ดิ พลาซ่า แอทธินี ซึ่งรางวัลที่ได้รับทำให้เราตั้งใจจะพัฒนาโชว์ให้ดียิ่งขึ้น”
“สิ่งหนึ่งที่ดิฉันยึดถือมาตลอดคือคำสอนของคุณพ่อที่ว่า “เราต้องตอบแทนกับสังคม” ที่ผ่านมามร.ฟิลิป โซเรนเซ่น ซึ่งเป็นเพื่อนคุณพ่อได้ชวนดิฉันมาทำงานด้านต่อต้านการล่วงละเมิดทางเพศในเด็กตั้งแต่ปี พ.ศ. 2556 ปัจจุบันได้ดำรงตำแหน่งกรรมการในคณะกรรมการมูลนิธิพิทักษ์และคุ้มครองเด็ก (Safeguard Kids) ซึ่งมีคุณชเล วุทธานันท์ เป็นประธาน เมื่อปี พ.ศ. 2567 มูลนิธิฯ ได้ร่วมกับ World Childhood Foundation จัดงาน Child Protection Summit ซึ่งได้สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระราชินีซิลเวียแห่งสวีเดนทรงเป็นองค์ประธาน เสด็จพระราชดำเนินเปิดงานที่สหประชาชาติ กรุงเทพฯ เพื่อสร้างความตระหนักรู้กับเยาวชน เพื่อป้องกันและลดอัตราเด็กถูกกระทำทางเพศให้ได้มากที่สุด”
“การที่ดิฉันติดตามคุณพ่อทำงานด้านลูกเสือมาเกือบครึ่งชีวิต ทำให้ซึมซับการใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและติดดินของท่าน ท่านสอนไม่ให้ยึดหัวโขน ไม่แบ่งแยกคน ทำงานเป็นทีมเวิร์กเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จ รู้จักปรับตัว และยึด 4 คำหลักที่คุณแม่สอนในการใช้ชีวิตนั่นคือ Perseverance (อดทนต่อความยากลำบาก), Integrity (ยึดมั่นความถูกต้องเสมอ ทั้งต่อหน้าและลับหลัง), Resilience(ยืดหยุ่น) และ Virtue (ยึดหลักคุณธรรม) ซึ่งหล่อหลอมให้เป็นดิฉันทุกวันนี้”
“สิ่งหนึ่งที่ดิฉันยึดถือมาตลอดคือคำสอนของคุณพ่อ ตอนทำงานลูกเสือ ที่ว่า “เราต้องตอบแทนกับสังคม” ใช้ชีวิตเรียบง่าย ติดดิน ไม่แบ่งแยกคน ทำงานเป็นทีมเวิร์ก รู้จักปรับตัว และยึด 4 คำหลักที่คุณแม่สอนในการใช้ชีวิตนั่นคือ อดทนต่อความลำบาก ยึดมั่นความถูกต้อง ยืดหยุ่น และยึดหลักคุณธรรม”



