หน้าแรก News “The Thrive Club” ปักหมุดเขาใหญ่ เปิด “ROAM & RESET” @ Le Monte Hotel...

“The Thrive Club” ปักหมุดเขาใหญ่ เปิด “ROAM & RESET” @ Le Monte Hotel Khao Yai ผสาน Giffarine สู่ Wellness Consumer Journey กับประสบการณ์กว่า 6 ชั่วโมง ท่ามกลางธรรมชาติ

0
685

The Thrive Club เดินหน้าสู่ Episode 3 กับ “ROAM & RESET” พาคอมมูนิตี้ออกจากกรุงเทพฯ มาปักหมุดที่ Le Monte Hotel Khao Yai เป็นครั้งแรก เปิดพื้นที่ท่ามกลางธรรมชาติของเขาใหญ่ให้กลายเป็น Social Wellness Experience กว่า 6 ชั่วโมงเต็ม เชื่อม Movement, Mindfulness, Recovery และ Social Lifestyle เข้าไว้ด้วยกัน ภายใต้แนวคิด MOVE · CONNECT · THRIVE ROAM & RESET ต่อยอดแนวคิดของ The Thrive Club จาก Wellness Community ในเมือง สู่ Destination Social Wellness ที่ทำให้การเดินทาง โรงแรม กิจกรรม แบรนด์ และผู้คน กลายเป็นส่วนหนึ่งของ Experience เดียวกันตลอดทั้งวัน

ทั้งนี้ กิจกรรมเริ่มต้นด้วย Pilates นำโดยคุณบุ๊คแบม–ชานิสา ชมเดช Head of Experience, The Thrive Club ก่อนต่อด้วย Mobility และค่อย ๆ เปลี่ยนจังหวะเข้าสู่ Sound Healing, Recovery และ Socialize โดยทุกกิจกรรมถูกออกแบบให้เชื่อมต่อกันตั้งแต่การเคลื่อนไหว การพัก การฟื้นฟู ไปจนถึงการกลับมาใช้เวลาร่วมกับ Community

คุณบุ๊คแบม–ชานิสา ชมเดช กล่าวว่า “เราอยากให้ ROAM & RESET ทำให้คนรู้สึกว่า Wellness เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตจริง ไม่ได้มีแค่การออกกำลังกาย แต่เป็นได้ทั้งการ Move การพัก การฟื้นตัว และการใช้เวลากับคนรอบตัว พอครั้งนี้เราพา Community ออกมาที่เขาใหญ่ ธรรมชาติก็กลายเป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่ทำให้ทุก Experience เชื่อมต่อกันได้ลงตัวมากขึ้น”

อีกหนึ่ง Highlight คือ Sound Healing Experience ที่เกิดจาก Collaboration ระหว่าง The Thrive Club, Le Monte Hotel Khao Yai และ Sleepwell นำแนวคิดเรื่อง Rest และการพักผ่อนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Wellness Journey พร้อมต่อยอดผ่าน Sleepwear และ Rest Experience ที่เชื่อมกับการพักภายในโรงแรม ด้าน Recovery เปิดให้ผู้ร่วมงานได้สัมผัสทั้ง Ice Bath, Sauna และ Red Light Therapy โดยมี Slim Sauna เข้ามาร่วมสร้าง Recovery Experience ให้การฟื้นฟูร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของ Journey อย่างเต็มรูปแบบ

หนึ่งใน Collaboration สำคัญของ Episode นี้คือ Giffarine ซึ่งถูกออกแบบให้เข้าไปอยู่ใน Consumer Journey ของผู้ร่วมงาน ตั้งแต่ Nutrition และการเติมพลังระหว่างกิจกรรม ไปจนถึง Beauty และ Personal Care พื้นที่ Fitt Meal by Giffarine และ Vegan Multi Plant Protein เปิดให้ผู้ร่วมงานได้ทดลองผลิตภัณฑ์และพูดคุยกับทีมงาน ขณะที่ Melashield AOX Blush เชื่อมเข้ากับ Beauty Experience ผ่านพื้นที่ทดลองผลิตภัณฑ์ รวมถึง น้ำทับทิม กรานาดา (Granada) และ Anti-Bacterial Shower Cream ที่ถูกนำมาเติมเต็ม Touchpoint ในช่วงต่าง ๆ ของวัน

อย่างไรก็ตาม แนวคิดสำคัญจึงไม่ใช่เพียงการนำแบรนด์เข้ามาอยู่ภายในงาน แต่เป็นการออกแบบให้ Brand Experience เชื่อมกับพฤติกรรมของผู้ร่วมงานจริง ตั้งแต่ Move, Recharge, Recover ไปจนถึง Socialize ช่วงท้ายของงานเข้าสู่บรรยากาศ Socialize พร้อมกิจกรรมและพื้นที่จากพาร์ตเนอร์ อาทิ JASON, Singha Sparkling Water และ Singha Light รวมถึง Food & Beverage Partner และผู้ประกอบการในพื้นที่เขาใหญ่ ROAM & RESET ยังเปิดพื้นที่ให้ Local Community โดยเฉพาะร้านอาหาร เครื่องดื่ม และผู้ประกอบการในพื้นที่ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Experience เพื่อให้งานครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงอีเวนต์จากกรุงเทพฯ ที่เดินทางมาจัดในเขาใหญ่ แต่เชื่อมโยงกับ Destination และ Community ที่อยู่ในพื้นที่จริง

คุณวโรชา สิริทรงชน ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมเลอมอนเต้ เขาใหญ่ กล่าวว่า “เขาใหญ่มีธรรมชาติและบรรยากาศที่เหมาะกับการพักผ่อนและ Wellness อยู่แล้ว การร่วมงานกับ The Thrive Club ทำให้เราได้เปิดพื้นที่ของโรงแรมในมุมที่มากกว่าการเป็นที่พัก แต่สามารถเชื่อม Movement, Wellness, Recovery และ Social Lifestyle เข้าด้วยกัน รวมถึงเปิดโอกาสให้ Local Community ของเขาใหญ่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ Experience ครั้งนี้ด้วย” ตลอดกว่า 6 ชั่วโมง ผู้ร่วมงานสามารถเลือก Experience ตามจังหวะของตัวเอง ตั้งแต่ Pilates, Mobility, Sound Healing, Ice Bath, Sauna และ Red Light Therapy ก่อนปิดท้ายด้วยการ Socialize ท่ามกลางบรรยากาศของเขาใหญ่

คุณธอม–ทศวรรต ทะสุวร Head of Commercial, The Thrive Club กล่าวว่า “วันนี้ Wellness ไม่ได้แยกออกจาก Lifestyle อีกต่อไป คนหนึ่งคนสามารถสนใจ Fitness, Nutrition, Beauty, Recovery, Travel และ Social Life ได้พร้อมกัน นี่คือเหตุผลว่าทำไม Experience ที่เชื่อมหลายองค์ประกอบเข้าด้วยกันจึงมีโอกาสเติบโตมากขึ้น”

“ROAM & RESET เป็นภาพของการ Collaboration ระหว่าง The Thrive Club, Le Monte Hotel Khao Yai และ Giffarine ที่แต่ละฝ่ายนำจุดแข็งของตัวเองเข้ามาอยู่ใน Journey เดียวกัน The Thrive Club มี Community และ Experience, Le Monte มี Destination และ Hospitality ขณะที่ Giffarine เชื่อม Brand และ Product Experience เข้ากับ Consumer Journey” “เรามองว่าตลาด Social Wellness และ Wellness Lifestyle ยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก และต่อจากนี้เราน่าจะเห็นธุรกิจจากหลายอุตสาหกรรมเข้ามา Collaboration กันมากขึ้น เพื่อสร้าง Experience ที่ผู้บริโภคอยากเข้ามามีส่วนร่วมจริง ๆ”

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.