วราพร ลิขิตจรรยากุล  “ขับเคลื่อนนวัตกรรม ดูแลผิว ดูแลโลก เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน”

0
42

คุณวราพร ลิขิตจรรยากุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไบเออร์สด๊อรฟ (ประเทศไทย) จำกัด คือหนึ่งในผู้บริหารหญิงที่อยู่เบื้องหลังการขับเคลื่อนแบรนด์สกินแคร์ และความงามระดับโลกอย่าง NIVEA และ EUCERIN ในประเทศไทย ผ่านการต่อยอดจุดแข็งด้านนวัตกรรม ความยั่งยืน และการปรับตัวสู่โลกดิจิทัล เพื่อสร้างการเติบโตและเชื่อมต่อกับผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างต่อเนื่อง

     “การดำเนินธุรกิจของ Beiersdorf ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เยอรมนี ซึ่งให้ความสำคัญกับการพัฒนานวัตกรรมควบคู่กับการเติบโตอย่างยั่งยืน ด้วยการลงทุนวิจัยและพัฒนากว่า 270 ล้านยูโรต่อปี เพื่อยกระดับ

สกินแคร์จากรากฐานทางวิทยาศาสตร์สู่ผลลัพธ์ที่พิสูจน์ได้จริง ภายใต้แนวคิด Win with Care ที่ให้ความ สำคัญกับผู้บริโภค สิ่งแวดล้อม และสังคมเพื่อการเติบโตในระยะยาว ซึ่งสะท้อนผ่านการดำเนินงานของ NIVEA ที่ดูแลผิวคนทั่วโลกมากว่า 100 ปี โดยยึดแนวคิด NIVEA is for Skin โดยพัฒนาจากนวัตกรรม Skin Science ผ่านการวิจัยเชิงลึก และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิวเฉพาะด้าน โดยเฉพาะกลุ่ม Face Care อย่าง NIVEA Luminous ซึ่งดูแลปัญหาฝ้าและรอยดำจากสิว และ NIVEA Derma Acne Care ที่ดูแลเรื่องสิวและผิวมัน และยกระดับสกินแคร์ให้ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่มากขึ้น”

     “ทั้งนี้ NIVEA เป็นแบรนด์ที่อยู่คู่คนไทยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2469 และปีนี้เป็นการครบรอบ 100 ปี สะท้อนถึงความผูกพันและเชื่อมั่นมายาวนาน ส่วน EUCERIN เป็นแบรนด์เวชสำอางที่ผสานนวัตกรรมวิทยาศาสตร์ระดับโลกที่เข้าใจผิวของผู้บริโภค ผ่านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ปัญหาผิว ผสานกับการสร้างนวัตกรรมใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการเปิดตัว Epicelline นวัตกรรมด้าน Epigenetics ที่ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการลดเลือนริ้วรอย”

     “นอกจากการพัฒนานวัตกรรมของ NIVEA และ EUCERIN ยังให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด Win with Care ผ่านการพัฒนาสูตรให้ปราศจากไมโครพลาสติก 100% โดยใช้ส่วนผสมที่ย่อยสลายทางชีวภาพ และหลีกเลี่ยงสารที่เป็นอันตรายต่อแนวปะการังในกลุ่มผลิตภัณฑ์กันแดด ควบคู่กับการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่นำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อลดขยะพลาสติก และเพิ่มการใช้วัสดุรีไซเคิล ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย NIVEA ที่มียอดขายเกือบ 50 ล้านขวด/ปี ส่วน EUCERIN ใช้พลาสติกรีไซเคิลในกลุ่มผลิตภัณฑ์อาบน้ำเพื่อลดการใช้พลาสติกได้มากขึ้น รวมทั้งโรงงานที่บางพลียังถูกออกแบบให้ใช้โซลาร์ฟาร์ม เพื่อลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจกและลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อตอกย้ำแนวคิดที่ว่า ความยั่งยืนไม่ใช่แค่การปรับตัว แต่เป็นหัวใจของการพัฒนาผลิตภัณฑ์”

     “ท่ามกลางการเติบโตของตลาดสกินแคร์และเพอร์ซันนัลแคร์ในไทยที่มีมูลค่ากว่า 47,650 ล้านบาทในปี 2024 และเติบโตเฉลี่ย 13% ต่อปี ผู้บริโภครุ่นใหม่อย่าง Gen Z และ Millennials ต่างมองการดูแลผิวเป็นมากกว่าการบำรุงพื้นฐาน แต่เป็นการสะท้อนตัวตน ความมั่นใจ และคุณค่าที่ให้ความสำคัญ ทั้งด้านประสิทธิภาพ ความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งนอกเหนือจากการพัฒนาผลิตภัณฑ์แล้ว Beiersdorf ยังเดินหน้าสนับสนุนโครงการเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องผ่านกิจกรรม Care Beyond Skin Day และความร่วมมือกับพันธมิตรหลากหลายภาคส่วน อาทิ การร่วมพัฒนาพื้นที่และทำกิจกรรมกับบ้านคามิลเลียน โดยนำนวัตกรรมด้านสิ่งแวดล้อมและการรีไซเคิลขยะพลาสติกมาสร้างประโยชน์ในรูปแบบของอุปกรณ์และของใช้จำเป็น รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรในการส่งต่อกำลังใจให้ผู้ป่วยมะเร็งและครอบครัว ผ่านแคมเปญเคียงข้างทุกช่วงเวลาการดูแล เพื่อสร้างความเข้าใจเกี่ยวกับโรคมะเร็งในสังคมไทย”

            “ด้วยความแข็งแกร่งของ NIVEA และ EUCERIN ผสานกับแนวคิดด้านนวัตกรรม ความยั่งยืนและความใส่ใจในทุกมิติ Beiersdorf ยังคงเดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคต”

“Beiersdorf ยังคงเดินหน้าสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อผู้บริโภค สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง เพื่อการเติบโตแบบยั่งยืนต่อไปในอนาคต

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.