จิม ทอมป์สัน ฉลองใหญ่ครบรอบ 75 ปี เผยโกลบอลแคมเปญครั้งประวัติศาสตร์ตอกย้ำ “ดีเอ็นเอเดิม” ใน “โลกใบใหม่” เดินหน้าทรานสฟอร์ม “มรดกไหมไทย” สู่เวทีไลฟ์สไตล์ระดับโลก

0
105

ตลอด 75 ปีที่ผ่านมา จิม ทอมป์สัน เดินหน้าพิสูจน์ให้โลกเห็นว่าผ้าไหมไทยไม่ใช่แค่ผืนผ้า แต่คือเรื่องราวเปี่ยมคุณค่าที่คนทั่วโลกสัมผัสได้ จากจุดเริ่มต้นในฐานะผู้ผลักดันผ้าไหมไทยสู่เวทีโลก จนทุกวันนี้แบรนด์ได้ขยายธุรกิจครอบคลุมทั้งแฟชั่น สินค้าผ้าตกแต่งบ้าน อาหารและเครื่องดื่ม ไปจนถึงประสบการณ์เชิงสร้างสรรค์มากมาย ปัจจุบัน จิม ทอมป์สัน มีสโตร์รีเทลรวม 31 แห่งในเมืองหลักทั่วประเทศ ทั้งกรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต สมุย กระบี่ และพัทยา ทั้งยังสร้างปรากฏการณ์ด้านไลฟ์สไตล์ด้วยแลนด์มาร์กใจกลางกรุงเทพฯ อย่างจิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ และไลฟ์สไตล์สโตร์แห่งแรกของแบรนด์ที่ One Bangkok

หนึ่งในความสำเร็จครั้งสำคัญของแบรนด์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคือการเผยโฉมจิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ ในช่วงปี 2566 ทำให้ที่แห่งนี้กลายเป็นแลนด์มาร์กที่มอบประสบการณ์กิน-ดื่ม-เที่ยว-ช้อป ครบรสชาติ ที่ผสานมรดกวัฒนธรรม ศิลปะ นิทรรศการ ร้านอาหาร และรีเทลไว้ในที่เดียว ซึ่งการมอบประสบการณ์ไลฟ์สไตล์แบบครบวงจรนี้ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญของการต่อยอดทุกธุรกิจของแบรนด์ จิม ทอมป์สัน

จิม ทอมป์สัน สร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกผ่านการร่วมมือเชิงกลยุทธ์มากมาย ทั้งในวงการท่องเที่ยว การบริการ และวัฒนธรรม ไม่ว่าจะเป็นการจับมือกับการบินไทยตั้งแต่ปี 2566-2569 เพื่อนำเสนอกระเป๋าพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกบนเครื่องบิน (Amenity Kit) และคอลเลกชัน Comfort Wear บนชั้นธุรกิจที่ถ่ายทอดดีเอ็นเอของจิม ทอมป์สัน ให้ผู้โดยสารทั่วโลกได้สัมผัส ควบคู่ไปกับการจับมือนำเสนอคอลเลกชันกับโรงแรมชั้นนำอย่าง Four Seasons นอกจากนี้ แบรนด์ยังสร้างโมเมนต์ไวรัลจากการพาไอเทมแฟชั่นและสินค้าผ้าตกแต่งไปโลดแล่นอยู่ในซีรีส์ The White Lotus Season 3 และยังจับมือกับ DTH Travel เพื่อรังสรรค์ประสบการณ์การเดินทางสุดเอ็กซ์คลูซีฟผ่านโครงการ The Blue Jasmine x Jim Thompson กับการตกแต่งภายในห้องโดยสารรถไฟด้วยสินค้าผ้าตกแต่งของจิม ทอมป์สัน พร้อมนำเสนอโชว์รูมสินค้าบนรถไฟครั้งแรกของแบรนด์

ในฝั่งแฟชั่น การจับมือกับดีไซเนอร์และศิลปินยังเป็นกลยุทธ์ที่พาแบรนด์เข้าหาฐานลูกค้าใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นแคมเปญที่ได้รับเสียงตอบรับอย่างดีเยี่ยมอย่าง “Artists in Residence” ที่เริ่มขึ้นในปี 2566 ผ่านผลงานคอลแลบกับศิลปินไทยมากพรสวรรค์ 3 คน ทั้ง พิชฐญาณ์ โอสถเจริญผล, นักรบ มูลมานัส และโก๋เอ็ม ที่มาร่วมนำเสนอเอกลักษณ์ความเป็นไทยร่วมสมัยและถ่ายทอดศิลปะของตนผ่านคอลเลกชันแฟชั่นสุดยูนีค พร้อมยังสานต่อความสำเร็จในปี 2568 ในโปรเจกต์ Jim Thompson Artists-in-Residence 2025: Scarf Edition ที่ได้ Juli Baker and Summer, Lili Tae และ Pomme Chan มาร่วมครีเอต 3 คอลเลกชันผ้าพันคอผ้าไหมดีไซน์ลิมิเต็ตที่ต่างสะท้อนเรื่องราวของทั้ง 3 ศิลปิน ทั้งหมดนี้ยังเกิดขึ้นควบคู่กับการเปิดตัวคอลเลกชันสุดเซอร์ไพรส์ร่วมกับดีไซเนอร์ ศิลปิน และแบรนด์ชื่อดังมากมาย ทั้ง ASAVA, FitFlop, PAÑPURI, VVON SUGUNNASIL, SARRAN, Zee NuNew, ชุมชนบ้านครัว และ Lisa Von Tang นอกจากจะเรียกเสียงฮือฮาในวงการแฟชั่นอย่างต่อเนื่องแล้วยังทำให้แบรนด์ได้ไปนั่งอยู่ในใจลูกค้ากลุ่มใหม่จากทุกเจเนอเรชันอีกด้วย

ในด้านสินค้าผ้าตกแต่งบ้าน จิม ทอมป์สัน ยังคงปักธงบนเวทีระดับโลก ไม่ว่าจะเป็นความสำเร็จในการนำเสนอ Spring Collection ในงาน Paris Déco Off มาต่อเนื่องหลายปี โดยในปี 2569 ดาว-วิชดา สีตกะลิน ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ ได้เปิดตัวคอลเลกชัน Oriental Odyssey ที่นำลวดลายจากอาร์ไคฟ์อันทรงคุณค่าของแบรนด์มาตีความใหม่ ตอกย้ำการสานต่อมรดกหัตถศิลป์ด้วยแนวคิดสร้างสรรค์ของจิม ทอมป์สัน โดยผ้าตกแต่งและวอลเปเปอร์ของแบรนด์ได้รับความไว้วางใจจากโรงแรม รีสอร์ต และร้านอาหารทั่วโลก

ในช่วงสามปีที่ผ่านมา แบรนด์ได้ส่งมอบผลิตภัณฑ์ผ้าตกแต่งบ้านให้กว่า 500 โปรเจกต์ใน 60 ประเทศทั่วโลก ทั้งโรงแรม รีเทลหรู และโครงการที่อยู่อาศัยระดับไฮเอนด์มากมายหนึ่งในความร่วมมือที่โดดเด่นล่าสุดคือคอลเลกชัน “Wild” ที่รังสรรค์ร่วมกับ Bill Bensley สถาปนิกและนักออกแบบชื่อดัง เจ้าของสตูดิโอ BENSLEY ที่ดำเนินธุรกิจอยู่ที่กรุงเทพฯ และบาหลี และอยู่เบื้องหลังการออกแบบรีสอร์ต โรงแรม และพระราชวังกว่า 200 แห่งใน 30 ประเทศทั่วโลก

ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม ก็เป็นอีกเสาหลักที่สะท้อนการต่อยอดสู่โลกไลฟ์สไตล์ของแบรนด์ได้อย่างครบถ้วน โดยมี “ร้านอาหารไทย จิม ทอมป์สัน” เป็นร้านแฟล็กชิป พร้อมเติมเต็มประสบการณ์ครบรสชาติด้วยร้าน Jim’s Terrace วิวบ้านไทย, The O.S.S. Bar บาร์ไวบ์เท่ธีมสายลับ, The O.S.S. Room ทีรูมในบรรยากาศสุดร่มรื่น และ Silk Café คาเฟ่บรรยากาศดี ซึ่งทั้งหมดนี้ตั้งอยู่ในจิม ทอมป์สัน เฮอริเทจ ควอเตอร์ นอกจากนี้แบรนด์ยังได้เปิดร้าน Jim’s Terrace ที่ One Bangkok และ Silk Café สาขาที่สองที่ ICONSIAM

แฟรงก์ แคนเซลโลนี ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัท อุตสาหกรรมไหมไทย จำกัด แบรนด์ จิม ทอมป์สัน กล่าวว่า “จิม ทอมป์สัน ยืนหยัดอย่างมั่นคงบนรากฐานของมรดกวัฒนธรรม พร้อมขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งการพัฒนาอย่างไม่หยุดนิ่ง ในวาระครบรอบ 75 ปีนี้ เรามุ่งมั่นที่จะพาความคิดสร้างสรรค์ของไทยไปสู่เวทีโลก ในฐานะแบรนด์ไลฟ์สไตล์ที่สานต่อวัฒนธรรมด้วยความคิดสร้างสรรค์เพื่อตอบโจทย์บริบทของโลกยุคใหม่”

ส่องแคมเปญฉลอง 75 ปีสุดยิ่งใหญ่ตลอดทั้งปี

โกลบอลแคมเปญฉลองครบรอบ 75 ปีของจิม ทอมป์สัน เปิดฉากขึ้นด้วยการเปิดตัว Coffee Table Book (หนังสือภาพสะสมที่ถ่ายทอดเรื่องราวของแบรนด์) เล่มแรกของแบรนด์ในชื่อ “Jim Thompson: Beyond Silk, Beyond Thailand” ที่รังสรรค์ร่วมกับสำนักพิมพ์ชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสอย่าง Assouline เพื่อบันทึกการเดินทางของแบรนด์มรดกผ้าไหมไทยสู่แบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับโลก ผ่านภาพถ่ายจากคลังประวัติศาสตร์ เรื่องราวด้านดีไซน์ และมุมมองร่วมสมัยที่พาแบรนด์เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก หลังจากเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่บูทีค Assouline Paris หนังสือเล่มนี้ได้เดินทางกลับมาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่กรุงเทพฯ ตลอดปี 2569 แคมเปญฉลองครบรอบจะดำเนินต่อไปผ่านหลากหลายการเล่าเรื่องเชิงสร้างสรรค์ อาทิ วิดีโอวิวัฒนาการของแบรนด์ชุดพิเศษที่ย้อนรำลึกเส้นทาง 75 ปีของจิม ทอมป์สัน ผ่านมุมมองของ “มือ” ที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการสนับสนุนและผลักดันแบรนด์ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน มือที่ทอผ้าไหม มือที่สร้างสรรค์ และมือที่ส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่น สะท้อนจิตวิญญาณแห่งงานหัตถศิลป์และการสืบทอดที่เป็นแก่นแท้ของแบรนด์มาโดยตลอด อีกหนึ่งโปรเจกต์พิเศษที่บอกเล่าเรื่องราวของผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จคือโปรเจกต์ Jim and I: The Weaver’s Stories ที่ชวนบุคคล 12 คน มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวของจิม ทอมป์สัน ในฐานะหนึ่งในส่วนสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ ด้วยเส้นทางชีวิตและอาชีพที่เชื่อมโยงกับแบรนด์ในหลากหลายมิติ โดยนำเสนอผ่านภาพยนตร์สั้น ภาพพอร์เทรตทรงพลัง ที่เล่าเรื่องผ่านคำถามหนึ่งข้อที่ว่า “เส้นด้ายแห่งความผูกพันระหว่างคุณกับจิม ทอมป์สัน เริ่มต้นได้อย่างไร” ทุกเรื่องราวล้วนสะท้อนแนวคิดที่ว่า จิม ทอมป์สัน ไม่ใช่ผลงานของใครคนเดียว แต่คือความสำเร็จที่ทอขึ้นจากผู้คนมากมายตลอด 75 ปีที่ผ่านมา อีกไฮไลต์สำคัญคือการเตรียมเปิดตัวแคปซูลคอลเลกชันฉลอง 75 ปี ที่ดึงแรงบันดาลใจจากลวดลายอาร์ไคฟ์และมรดกผ้าไหมไทย โดยจะเปิดตัว 2 รอบในเดือนมิถุนายนและตุลาคม 2569 นำเสนอทั้งผ้าพันคอ เสื้อผ้า เครื่องประดับ และไลฟ์สไตล์ไอเทม เพื่อบอกเล่าเรื่องราวในวาระครบรอบ 75 ปีผ่านงานอาร์ตที่สวมใส่ได้ หนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของงานฉลองปีนี้คือการเปิดตัวโลโก้พิเศษ “75th Anniversary” ที่ออกแบบมาเพื่อใช้ในการสื่อสารระดับโลกตลอดปี 2569 โดย “7” ในโทนขาวดำสื่อถึงตำนานผ้าไหมไทย ขณะที่ “5” ในโทนสีสดใส สะท้อนพัฒนาการสู่การเป็นแบรนด์ไลฟ์สไตล์ระดับนานาชาติ โลโก้นี้จึงเป็นสะพานเชื่อมอดีตและอนาคต เป็นสัญลักษณ์ของการต่อยอดมรดกและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งของจิม ทอมป์สัน บนเวทีโลก

Facebook Comments

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.